EA-NEX อนาคตไกล! จ่อผลิตรถไฟฟ้าป้อนตลาด 5,000 คัน/ปี

EA-NEX อนาคตไกล! จ่อผลิตรถไฟฟ้าป้อนตลาด สูงสุด 5,000คัน/ปี!

จากกรณีที่คณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ผลักดันการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และได้มีการเร่งรัดให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยได้เริ่มมีการกำหนดเป้าหมายการใช้ Zero Emission Vehicle (ZEV) รถยนต์ที่ปราศจากการปล่อยมลพิษ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ BEV และรถยนต์ไฟฟ้าเซลเชื้อเพลิง (FCEV) อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

โดยจะผลักดันให้มีการผลิตรถยนต์/รถปิกอัพไฟฟ้า จำนวน 20,000 คันภายในปี 2564 และเพิ่มเป็น 30,000 คัน ในปี 2565 และเพิ่มเป็น 225,000 คัน ในปี 2568 และมีเป้าหมายระยะยาวเพิ่มการผลิตเป็น 440,000 แสนคัน ในปี 2573 และ1,150,000 ล้านคัน ในปี 2578

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวส่งผลดีต่อบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงแบตเตอรี่ และธุรกิจบริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า (สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า) ที่มีความพร้อมสูง และบริษัทลูกอย่าง บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX ผู้ประกอบชิ้นส่วน และจัดจำหน่าย รวมถึงให้บริการหลังการขายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์รถยนต์โดยสาร รถบัส โดยสาร

โดย “แหล่งข่าวจากวงการอุตสาหกรรม” ระบุว่า EA จะสามารถผลิตรถไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ “MINE Mobility” ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าของตนเองได้อย่างเต็มกำลังการผลิต 5,000 คันต่อปี แต่หากเป็นเกณฑ์การผลิตตามปกติ คือ 8 ชั่วโมงต่อวัน จะสามารถผลิตได้จำนวน 3,000 คัน ซึ่งหากคำนวณจากมูลค่ารถไฟฟ้า/รถเมล์ไฟฟ้า ที่ราคาเฉลี่ยคันละ 1 ล้านบาท เท่ากับว่า มูลค่าโดยประมาณของรายได้จากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า 3 พันล้านบาทต่อปี

ขณะที่ EA ยังอยู่ระหว่างการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าให้กับทาง สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนสุวรรณภูมิพัฒนา จำกัด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงการเข้าซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจากกลุ่ม EA จำนวน 3,500 คัน

นอกจากนี้ บริษัทลูกอย่าง NEX ยังเป็นผู้ได้รับสิทธิ์ในการผลิตรถบัสไฟฟ้าให้กับองศ์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) คาดว่าจะเริ่มส่งมอบภายในกลางปีนี้ และยังคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า  เนื่องจากบริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญในการประกอบ และมีช่องทางการขายรถขนาดใหญ่

โดย NEX มีความเชี่ยวชาญ และความพร้อมที่จะสามารถรับจ้างผลิตชิ้นส่วนรถไฟฟ้าให้กับค่ายอื่นๆ ได้ ซึ่งจะเป็นอีกแรงสนับสนุนผลประกอบการให้กับ EA สำหรับธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

 

ด้าน บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” หุ้น EA ราคาเป้าหมาย Consensus อยู่ที่ 66.10 บาท มองว่าจะได้รับ Sentiment บวกจากแผนที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายผลักดันการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย 100% ภายในปี 2578 (ปรับเป้าใหม่เร็วขึ้น จากเดิมปี 2583) และจะสนับสนุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อรองรับ (คาดเคาะสิทธิประโยชน์ทางภาษีเดือน พ.ค.นี้)

รวมถึงประเมินผลการดำเนินงานปีนี้ ได้แรงหนุนจากรถบัสอีวี (ผลิตโดย บริษัทลูก NEX) ที่จะเริ่มส่งมอบภายในกลางปีนี้ (คาดส่งมอบให้กับรถร่วมบริการก่อน เนื่องจากการเปลี่ยนรถ ขสมก. ยังล่าช้า)

คำค้น