เคาะขวาสวน!

* อันที่จริง “โมนิก้า” ไม่มีประเด็นที่ต้องวอรี่แม้แต่นิดเดียว เพราะสถานการณ์หลายอย่างฟื้นตัวดีขึ้นเป็นลำดับ บวกกับความกังวลที่ว่า ฝรั่งจะทิ้งหุ้นไทยเพื่อโยกเงินกลับบ้านเกิด ก็ไม่มีอะไรน่าหนักใจเหมือนที่มีการประโคมข่าว เดี๊ยนถึงเชื่อว่า วันนี้มีโอกาสเคาะขวารัว ๆ เพราะเมื่อดูข้อมูลเชิงลึกจะเห็นว่า ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2564 ดัชนีปรับตัวขึ้นแค่ 8% จึงมีแก๊ปให้เคาะหุ้นไม้ใหญ่ ๆ อีกเยอะพอสมควรจ้า!

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

* อันที่จริง “โมนิก้า” ไม่มีประเด็นที่ต้องวอรี่แม้แต่นิดเดียว เพราะสถานการณ์หลายอย่างฟื้นตัวดีขึ้นเป็นลำดับ บวกกับความกังวลที่ว่า ฝรั่งจะทิ้งหุ้นไทยเพื่อโยกเงินกลับบ้านเกิด ก็ไม่มีอะไรน่าหนักใจเหมือนที่มีการประโคมข่าว เดี๊ยนถึงเชื่อว่า วันนี้มีโอกาสเคาะขวารัว ๆ เพราะเมื่อดูข้อมูลเชิงลึกจะเห็นว่า ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2564 ดัชนีปรับตัวขึ้นแค่ 8% จึงมีแก๊ปให้เคาะหุ้นไม้ใหญ่ ๆ อีกเยอะพอสมควรจ้า!

* ยิ่งเห็น “แรงซื้อ” ปะทะกับ “แรงขาย” ตลอดเวลา ยิ่งทำให้ฐานแนวรับมั่นคงดังภูผา “โมนิก้า” ถึงมองการขึ้นของหุ้นบลูชิพน่าจะเร้าใจขึ้นเป็นกอง โดยเฉพาะในวันที่ประกาศกำไรงวดแรกออกมาเป็นทางการ คือตัวชี้ขาดตลาดหุ้นไทยจะได้ไปต่อหรือไม่? และประเด็นนี้เองที่ทำให้เดี๊ยนมองถึงความเป็นไปได้ที่ว่า กำไรไตรมาส 1 ปี 2564 น่าจะออกมาดีกว่ากำไรไตรมาส 4 ปี 2563 ไงละคะ

* ฉะนั้นการที่ดัชนีขึ้นมายืนปิดที่ 1,589.53 จุด บวกไป 5.64 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.07 แสนล้านบาท น่าจะเป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีเสน่ห์! บรรดากองทุนน้อยใหญ่ถึงพากันเข้ามาเก็บหุ้นเข้าพอร์ตอย่างคึกคัก “โมนิก้า” ถึงไม่ซีเรียสหากวันนี้ตลาดหุ้นไทยจะโดนขาย เพราะวินโดว์ เดรสซิ่งไม่ทำงานอย่างที่คาดหวัง (ขึ้นมาเยอะแล้ว เลยไม่จำเป็นต้องทำราคาเพื่อปิดบัญชี) นะจะบอกให้

* เหมือนกับการทะยานขึ้นต่อเนื่องของหุ้น SAWAD จนล่าสุดขึ้นมายืนปิดที่ 85.75 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 1.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.08 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นช็อตของการ follow ยาว ๆ แบบไม่ต้องคิดให้ปวดสมอง เพราะของมันเห็นเต็มสองลูกตา วันนี้นโยบายของ “น้องนาย” ขอโตทั้ง “แนวดิ่ง” และ “แนวราบ” เพื่อทำให้พันธกิจในการเป็นเบอร์หนึ่งสมบูรณ์พะยะค่ะ

* ส่วนรายที่มาดีไม่แพ้กัน และกำลังต่อยอดธุรกิจอย่าง KTC ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะผู้คนทั่วไปฝังหัวกับแบรนด์นี้ไปหมดแล้ว และที่เหลือก็มีแค่คุณพี่ “ระเฑียร” จะทำได้เหมือนกับที่นักลงทุนคาดหวังไหม? “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับประเมินราคาปิดที่ 81.25 บาท บวกไป 4.50 บาท หรือขึ้นไป 5.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.71 พันล้านบาท ท่ามกลางค่า PE 37 เท่า มันเป็นการตอบรับเรื่องความคาดหวังที่เยอะเกินไปหรือเปล่า?

* เม้าท์ถึงเรื่องเยอะขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” คงมองที่หุ้นดาวฤกษ์ที่มาแรงแซงทุกโค้งอย่าง COM7 เป็นตัวนำการเริ่มต้นสนทนาในหัวข้อถัดไป เพราะการขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 64.75 บาท บวกไป 5 บาท หรือขึ้นไป 8.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.05 พันล้านบาท ท่ามกลางค่า PE 50 เท่า ล้วนมาจากความคาดหวังกำไรน่าจะโตกระฉูด จึงกลายเป็นช็อตที่พวกขาลุยน่าจะใส่กันหนัก อีกระยะหนึ่งกระมัง!..ส่วนเดี๊ยนขอยืนดูห่าง ๆ แล้วกันจ้า!

* ประเด็นของไทยมุงดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องหันมามองหุ้นในกลุ่ม “เสือ สิงห์ ชะนี เก้ง กวาง” ที่นำทัพใหญ่ด้วยเฮีย สมเย..อุ๊ย..สม..บลา..บลา..บลา กันสักหน่อย! หลังโลกออนไลน์ตั้งคำถามเกี่ยวกับเงินที่เอามาลงทุนใน 7UP มาจากไหน? และเที่ยวนี้เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงินเพื่อนสายดาร์กหรือเปล่า? และคำถามอื่น ๆ อีกมากมายก่ายกอง ซึ่งทำให้เดี๊ยนรู้ได้ทันทีว่า นี้คือหุ้นล่อเป้าที่พร้อมจะโดนถล่มเละคาส้น… จึงไม่ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการยืนปิดที่ 0.90 บาท บวกไป 0.01 บาท หรือขึ้นไป 1.10%  ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 134 ล้านบาทนะคะ

* เช่นเดียวกับในรายของหุ้น MORE ซึ่งเป็นเด็กในสังกัด “เฮียม้อ” ก็มีข่าวเม้าท์มาจากปาก “นกกระจิบ นกกระจอก” ไม่ขาดสายว่า ของเขาดีจริง! แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังมองไม่เห็นจุดเปลี่ยนของเรื่องราวทั้งหมด “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับประเมินกันเอาเองว่า BV 0.04 บาท มันสะท้อนอะไรให้เห็นบ้าง? และการที่หุ้นขึ้นมายืนปิดที่ 1.35 บาท บวกไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 8% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 202 ล้านบาท สูงหรือต่ำสำหรับหุ้นที่มีตัวแดงโชว์หราเจ้าค่ะ

* ส่วนรายของ GCAP เดินเกมด้วยความหวังอันสวยหรู ราคาหุ้นถึงขึ้นมายืนปิดที่ 2.90 บาท บวกไป 0.32 บาท หรือขึ้นไป 12.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 122 ล้านบาท ทั้งที่หลายอย่างก็ไม่เป็นโล้เป็นพาย “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่วันนี้หุ้นเทรดบนค่า PE 198 เท่าแบบชิว ๆ เพราะวันนี้คิดแค่ว่า กลับมาทำกำไรราว ๆ 20-30 ล้านบาท ราคาหุ้นก็แล่นฉิวเหมือนเรือใบสีฟ้าแล้ว จึงขอเม้าท์แค่ว่า คิดจะเล่นกับของร้อน ก็ควรตามเกมให้ทันนะตัวเอง!