“สธ.” รับโควิดคลัสเตอร์สถานบันเทิงคุมยาก ชี้ตจว.เอาอยู่ใน 1-2 เดือน แต่กทม.น่าห่วงสุด

"สธ." รับโควิดคลัสเตอร์สถานบันเทิงคุมยาก ชี้ตจว.เอาอยู่ใน 1-2 เดือน แต่กทม.น่าห่วงสุด

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า การระบาดของไวรัสโควิดในประเทศขณะนี้ส่วนใหญ่ยังมาจากสถานบันเทิงกระจายในจังหวัดต่างๆ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะพยายามควบคุมไม่ให้ระบาด

โดยนพ.เกียรติภูมิ ระบุว่า ในต่างจังหวัดคาดว่าจะควบคุมได้ภายใน 1-2 เดือน แต่ที่น่าเป็นห่วงคือสุดคือกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นต้นเชื้อสถานบันเทิง ก็ขึ้นอยู่กับมาตรการที่จะนำมาใช้ในการควบคุม เบื้องต้นก็จึงต้องแนะนำประชากรที่อยู่ในพื้นที่กทม. ให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มข้นทั้งการสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะ ห่างล้างมือบ่อยๆ

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า ขณะนี้ใกล้เทศกาลสงกรานต์มีการเดินทางกลับภูมิลำเนา ขอให้ระวังเรื่องอุบัติเหตุและการแพร่เชื้อโควิด 19 โดยกิจกรรมที่ทำได้ช่วงสงกรานต์ คือ จัดพิธีสรงน้ำพระ กิจกรรมทางศาสนาอื่น รดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ตามประเพณีนิยมหรือกระทรวงวัฒนธรรมกำหนด และเดินทางข้ามจังหวัด ขอให้ปฏิบัติมาตรการส่วนบุคคลอย่างเต็มที่ด้วยการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง ประเมินความเสี่ยงตัวเอง หลีกเลี่ยงสถานที่เสี่ยงหรือแออัด ตรวจวัดอุณหภูมิ สแกนไทยชนะ

ส่วนการจัดงานขอให้จัดที่โล่งแจ้ง ระบายอากาศดี เลี่ยงการจัดในห้องปรับอากาศที่อากาศไม่ถ่ายเท งดกิจกรรมมีคนรวมตัวจำนวนมาก เช่น สาดน้ำ คอนเสิร์ต ประแป้ง ปาร์ตี้โฟม เป็นต้น

“ขอให้ อสม.สอดส่องดูแลผู้เข้าออกหมู่บ้านชุมชน เคาะประตูบ้าน ให้คำแนะนำคนเดินทางจากพื้นที่เสี่ยงและสถานบันเทิง ให้แยกตัวเอง หากมีอาการผิดปกติให้เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาล ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด จัดระบบเฝ้าระวังคนเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ตั้งด่านตรวจการสัญจรในพื้นที่ ตรวจสอบสถานที่เสี่ยงต่างๆ เช่น สถานบันเทิง ร้านอาหาร ตลาด สนามชนวัว ไก่ชน เป็นต้น ตรวจสอบมาตรการป้องกันโรคของระบบขนส่งต่างๆ พิจารณาการจัดกิจกรรมของชุมชนให้เหมาะสม โดยจังหวัดที่มีความเสี่ยงให้จัดระบบเฝ้าระวังตรวจหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยงด้วย” นพ.เกียรติภูมิกล่าว

สำหรับมาตรการควบคุมโรคในแต่ละพื้นที่ ยังเหมือนเดิมไม่มีการปรับระดับสีพื้นที่ใหม่ แต่ได้เสนอปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ กิจการอาบอบนวดใน 41 จังหวัด เป็นเวลา 14 วัน ได้แก่ จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงหรือสถานประกอบการ และจังหวัดที่มีความเสี่ยง เป็นทางผ่าน หรือเมืองใหญ่ที่มีสถานบันเทิงจำนวนมาก เพื่อตัดตอนไม่ให้เกิดปัญหาแพร่ระบาดเป็นวงกว้างต่อไป ส่วนร้านอาหารต่างๆ กิจการอื่นๆ เปิดได้ตามปกติตามมาตรการที่กำหนดของแต่ละพื้นที่ โดยเน้นมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด