“ดีเอสไอ” หอบสำนวนคดีรื้อทีโออาร์ “สายสีส้ม” ส่อฮั้วประมูล ยื่น “ป.ป.ช.” ไต่สวน

"ดีเอสไอ" หอบสำนวนคดีรื้อทีโออาร์ "สายสีส้ม" ส่อฮั้วประมูล ยื่น "ป.ป.ช." ไต่สวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา อุปนายกและเลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ปฏิบัติหน้าที่นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ (DSI)​พิจารณารับกรณีกล่าวหาว่ามีการกระทำความผิดทางอาญาของ คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 และผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ/หรือ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

อันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในโครงการการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเอกสารประกวดราคาใหม่ (TOR) หลังจากที่มีการขายซองประกวดราคาไปแล้วอันเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งน่าเชื่อว่าจะมีการกีดกันการเสนอราคา (ฮั้วประมูล) อันอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 เป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547

โดย พันตำรวจโท กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอก สุรวุฒิ รังไสย์ ผู้อำนวยการกองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ดำเนินการสืบสวนตามมาตรา 23/1 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 เพื่อพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะรับสืบสวนสอบสวนตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 หรือไม่

กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้แสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานทั้งหลายเพื่อหารายละเอียด โดยให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าให้ข้อมูลและรายละเอียดโดยทั่วถึง ประกอบด้วย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) สำนักงบประมาณ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) BTCS บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562

ภายหลังการสืบสวนเสร็จสิ้นแล้วคณะพนักงานสืบสวนได้พิจารณาเห็นว่า การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 และผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (16) ประกอบพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 3 ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในการไต่สวนและวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561 มาตรา 4 และมาตรา 172 ประกอบพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 14 วรรคสอง (1)

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เห็นชอบให้ส่งสำนวนการสืบสวนและเอกสารประกอบ รวม 1,940 แผ่น ไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวเป็นคดีเกี่ยวข้องโดยตรงในการจัดทำโครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของภาครัฐให้กับประชาชนของรัฐบาล และเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งเมื่อการสืบสวนเสร็จสิ้นแล้ว กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะเผยแพร่ผลการดำเนินการให้กับประชาชนได้รับทราบความคืบหน้า ต่อไป