ลุ้น WICE ไตรมาส 1 กำไรนิวไฮโตเท่าตัว โบรกฯ อัพเป้าใหม่ 7.60 บ.

ลุ้น WICE ไตรมาส 1 กำไรนิวไฮโตเท่าตัว โบรกฯ อัพเป้าใหม่ 7.60 บ.

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการรวมรวบบทวิเคราะห์เกี่ยวกับหุ้นบริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ WICE เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการลงทุน ภายหลังนักวิเคราะห์มองแนวโน้มว่า ผลประกอบการช่วงไตรมาส 1/64 จะเติบโตขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ตามการส่งออก และเศรษฐกิจโลกทยอยฟื้นตัวดี

โดย บล.โกลเบล็ก ระบุในบลทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น WICE คาดการดำเนินงานปี 2564 มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นตามปริมาณงานภาคขนส่งในประเทศและต่างประเทศที่มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีนที่มีปริมาณงานเพิ่มมากขึ้น สนับสนุนให้มูลค่าการค้าระหว่างประเทศปรับตัวสูง ทำให้ธุรกิจโลจิสติกส์มีความต้องการใช้งานเพิ่มขึ้นตาม โดยเฉพาะงานให้บริการ Cross border

ประกอบกับบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีลูกค้าใหม่เพิ่มจากการแนะนำต่อของลูกค้าเดิม หลังช่วง COVID-19 ประเทศจีนมีการย้ายฐานการผลิตมายังประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2564 ไว้ที่ระดับ 3.5-3.6 พันล้านบาท

ทั้งนี้บล.โกลเบล็ก มีมุมมองเชิงบวก โดย WICE นับเป็นบริษัทที่ได้อานิสงส์จากไวรัสโควิด-19 ประกอบกับธุรกิจ Cross Border ที่กลับมาทำกำไรอย่างโดด

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น WICE ปรับราคาเป้าหมายเพิ่มเป็น 7.60 บาท/หุ้น จากเดิม 6 บาท/หุ้น โดยแนวโน้มงบไตรมาส 1/64 ยังคงยอดเยี่ยม และลุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อีกครั้งที่ 67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 122% เมื่อเทียบจากปีก่1อน โดยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกจากปัญหา COVID-19 ทำให้บริษัทย่อยใน สิงคโปร์ ไทย จีน ฮ่องกง ซึ่งเป็นฐานการส่งออกไปยังผู้บริโภคทั่วโลก ทำงานได้เต็มที่ทุกจุด ดังนั้นปริมาณการขนส่งทางทะเล และ ทางอากาศ จึงดีกว่า low seasonในไตรมาส 1 ของทุกปี โดยสินค้าเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ คาดเป็นตัวหลักในไตรมาสนี้

ขณะที่ การขนส่งข้ามพรมแดน (Cross boarder โดย บริษัทย่อย ETL) ได้อานิสงค์ทางอ้อมจากการติดขัดของตู้สินค้าทั่วโลก ทำให้การขนส่งเส้นทางจีน-อาเซียน ก็รับความนิยมเพิ่มขึ้นไปอีก คาดยอดรายได้รวมจะทำสถิติเช่นกันที่ 1.46 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 125.9% เมื่อเทียบจากปีก่อน ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นคาดจะทรงตัวจากไตรมาสก่อนเป็น 13% เพราะค่าระวางเรือ-เครื่องบิน เส้นทางระหว่างประเทศยังคงอยู่ในระดับสูงจากประเด็นปริมาณเที่ยวบินทั่วโลกลดลงและตู้สินค้าขาดแคลน

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ ปรับคาดการณ์รายได้ปีนี้ขึ้นเป็น 4,515 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบจากปีก่อน  จากเดิมที่คาดโต 7% (เป้าบริษัทตั้งไว้โต 15-20%) ตามการขยายงานและแนวโน้มอุตสาหกรรมที่ยังดี และปรับกำไรขึ้นเป็น 231 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบจากปีก่อน อิง P/E ที่ 20 เท่า ราคาพื้นฐานปรับเป็น 7.10 บาท และคาดปันผลที่ 0.25 บาท แนะนำ “ทยอยซื้อ”