ลุ้น STA โชว์กำไร Q1 โตแกร่ง! แย้มปี 64 ยอดขายยางสูง 1.2 ล้านตัน โบรกฯชูเป้า 65 บ.

ลุ้น STA โชว์กำไร Q1 โตแกร่ง! แย้มปี 64 ยอดขายยางพาราสูง 1.2 ล้านตัน โบรกฯชูเป้า 65 บ.

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการรวบรวมข้อมูลและบทวิเคราะห์ เกี่ยวกับหุ้นที่น่าลงทุนในขณะนี้ โดยเน้นเป็นหุ้นที่มีผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/64 เติบโต รวมถึงมีแนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 เติบโต อย่างหุ้น บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA และ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT

ทั้งนี้ บล.เคทีบีเอสที ระบุในบทวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น STA ราคาเป้าหมาย 65 บาท/หุ้น จากกรณี สมาคมประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติ (ARPC) คาดการณ์ปี 2564 ความต้องการใช้ยางธรรมชาติของโลกจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 8-10% (เทียบกับปี 2563 ปรับตัวลดลง -15%)

ขณะที่ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) มองว่าสถานการณ์ผลผลิตยางพาราโลกในปี 2564 ต่อเนื่องถึงปี 2565 จะไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ โดยเห็นสัญญาณมาตั้งแต่ปลายปี 2563 ที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยางธรรมชาติกลับมาดำเนินธุรกิจกันใหม่ และต่างเดินเครื่องกันเต็มกำลังการผลิต

ในส่วนของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) วางเป้าหมายการผลิตรถยนต์ของไทยปี 2564 ที่ 1.5 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 5.12% จาก 1.42 ล้านคันในปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้ยางรถยนต์ทีเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์เศรษฐกิจ (จีดีพี) โลกปีนี้จะขยายตัวที่ 5.49% จากที่ติดลบ 3.50% ในปีที่แล้ว และคาดว่าความต้องการใช้ถุงมือยางจะเติบโต 25% ในปี 2564 และ 20% ในปี 2565

ด้าน นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการบริหาร STA เปิดเผยถึงการดำเนินงานของบริษัทในปี 64 คาดว่าจะมีปริมาณการขายยางพาราธรรมชาติทั้งปีไม่ต่ำกว่า 1.2 ล้านตัน หรือเฉลี่ยไตรมาสละไม่ต่ำกว่า 3 แสนตัน เพิ่มขึ้นประมาณ 16% จากปี 63 ที่มีปริมาณการขายยางพาราธรรมชาติ 1.03 ล้านตัน โดยสถานการณ์ในช่วง 1-2 เดือนแรกที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในระดับที่ดี

ขณะที่สถานการณ์ราคายางพาราธรรมชาติไตรมาส 1/64 ยังอยู่ในระดับที่ดี คาดว่าราคาเฉลี่ยยางแท่งจะเพิ่มขึ้น 5-10% จากไตรมาส 4/63 ที่มีราคาเฉลี่ย 148 เซนต์สหรัฐต่อกิโลกรัม จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้ยางที่เพิ่มขึ้น รวมถึงคาดว่าจะเห็นดีมานด์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้

ล่าสุด บริษัทเดินหน้าขยายกำลังการผลิตน้ำยางข้น (Concentrated Latex) อีกกว่า 1.1 แสนตันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากกำลังการผลิต ณ สิ้นปี 63 ได้แก่ การขยายกำลังกำลังการผลิตโรงงานจังหวัดบึงกาฬ ชุมพรและสุราษฎร์ธานี คาดว่าจะทยอยแล้วเสร็จในไตรมาส 1/65 ไตรมาส 3/65 และไตรมาส 1/66 ตามลำดับ เพื่อตอบสนองดีมานด์จากอุตสาหกรรมการผลิตถุงมือยางที่เพิ่มมากขึ้น

นายวีรสิทธิ์ กล่าวว่า จากการประเมินภาพรวมความต้องการใช้ยางธรรมชาติ (Natural Rubber) ในปี 64 มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง และกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้นรอบใหม่ โดยประเมินแนวโน้มความต้องการใช้ยางพาราธรรมชาติทั่วโลกอยู่ที่ 13.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 7% เทียบกับปี 63 ที่คาดว่ามีความต้องการใช้ทั่วโลกรวม 12.5 ล้านตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 62 และคาดการณ์ว่าจะเห็นภาพรวมความต้องการใช้ทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 65 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย

ทั้งนี้ สำหรับสถานการณ์ราคายางแท่งในเดือน ก.พ.64 เพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับกว่า 160 เซนต์/กิโลกรัม เทียบกับราคาเฉลี่ยทั้งปี 63 อยู่ที่ 131 เซนต์/กิโลกรัม โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นกว่า 22%

“ปัจจัยที่ราคายางพาราธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้นนั้น เกิดจากภาพรวมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีนที่กลับมาเติบโตได้ดี โดยจีนเป็นหนึ่งในประเทศผู้บริโภคยางพารารายใหญ่ของโลก ส่งผลให้เกิดความต้องการใช้ยางเพื่อการผลิตยางล้อในอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงได้รับผลดีจากความต้องการใช้ยางพาราธรรมชาติ ที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมการผลิตถุงมือยาง หลังเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19” นายวีรสิทธิ์ กล่าว

คำค้น