1,550 จุดรับแรก

* หากไล่เรียงเหตุการณ์ไปทีละเปลาะตามที่ได้เกริ่นนำให้ฟังตั้งแต่สัปดาห์ก่อนจะเห็นว่า ภาพการเคลื่อนตัวของดัชนียังเป็นลักษณะฟันปลา ซึ่งเป็นการแกว่งตัวเพื่อหาฐานแนวรับที่มั่นคง โดยใช้เวลาคร่าว ๆ ประมาณ 2 เดือน ก่อนจะถีบตัวขึ้นไปทำฐานใหม่ที่สูงกว่าเดิม “โมนิก้า” ถึงพยายามให้แฟนคลับเข้าใจวงรอบการเคลื่อนตัวของตลาดหุ้นไทย เพื่อกำหนดจังหวะ “ซื้อขาย” ได้แม่นยำขึ้นกว่าเดิมพะยะค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

* หากไล่เรียงเหตุการณ์ไปทีละเปลาะตามที่ได้เกริ่นนำให้ฟังตั้งแต่สัปดาห์ก่อนจะเห็นว่า ภาพการเคลื่อนตัวของดัชนียังเป็นลักษณะฟันปลา ซึ่งเป็นการแกว่งตัวเพื่อหาฐานแนวรับที่มั่นคง โดยใช้เวลาคร่าว ๆ ประมาณ 2 เดือน ก่อนจะถีบตัวขึ้นไปทำฐานใหม่ที่สูงกว่าเดิม “โมนิก้า” ถึงพยายามให้แฟนคลับเข้าใจวงรอบการเคลื่อนตัวของตลาดหุ้นไทย เพื่อกำหนดจังหวะ “ซื้อขาย” ได้แม่นยำขึ้นกว่าเดิมพะยะค่ะ

* ประเด็นดังกล่าวข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” เลือกที่จะพูดถึงการอ่อนตัวของดัชนีลงมาใกล้แนวรับ 1,550 จุด ท่ามกลางจำนวนคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นแบบน่าตกใจ มันคือจังหวะของการเก็บหุ้นไม้แรกของคนถนัดเล่นรอบ แถมดูจากจังหวะดีดกลับของดัชนีในระหว่างวันที่เกิดขึ้นเป็นช่วง เท่ากับเป็นการย้ำหัวหมุดว่า มีคนรอช้อนหุ้นเข้าพอร์ตเป็นจำนวนมาก จนทำให้สถานการณ์ทุเลาลงไงล่ะคะ

* เรื่องนี้ทำให้เดี๊ยนรู้สึกเฉย กับการลงมายืนปิดที่ 1,553.59 จุด ลบไป 14.62 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.62 หมื่นล้านบาท เพราะสถานการณ์รอบด้านไม่ให้หุ้นไปต่อ บวกกับแนวรับวัดใจถัดมาอยู่แถว ๆ 1,520 จุด เลยกลายเป็นช็อตเล่นสั้นไปโดยปริยาย จึงอยากให้แฟนคลับให้ความสนใจงบไตรมาส 1 เพื่อนำมาเทียบกับงบไตรมาส 2 จะได้เห็นภาพของงบปีเป็นไปตามเป้าที่คาดการณ์อ่ะป่าว?

* เหมือนกับสตอรี่ของหุ้น STARK ที่ถูกปล่อยออกมาเรื่อย ๆ แถมชี้ให้เห็นโอกาสเติบโตสวนโควิดยังเปิดกว้าง เดี๊ยนถึงมองว่า หุ้นตัวนี้อยู่ในข่ายน่าลงทุน! แถมวันนี้กำลังปั้นแบรนด์ตัวเองให้ขึ้นชั้นระดับอินเตอร์ “โมนิก้า” ย่อมเอาใจช่วยบริษัทของคนไทยอย่างเต็มที่ และลุ้นให้หุ้นขึ้นไปทดสอบยอดเดิมบริเวณ 5 อีกครั้ง หลังหุ้นขยับขึ้นมาปิดที่ 4.54 บาท บวกไป 0.06 บาท หรือขึ้นไป 1.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.12 พันล้านบาทแล้วนะสิ

* เม้าท์ถึงหุ้นที่ต้องเชียร์กันแล้ว ก็ถึงคิวของหุ้นที่ต้องลุ้นอย่าง VIBHA กันสักหน่อย เพราะการขึ้นมาปิดที่ 2.36 บาท บวกไป 0.22 บาท หรือขึ้นไป 10.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 691 ล้านบาท มันเป็นการเทรดบนค่า PE 65 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่โอเว่อร์เกินไปหน่อยสำหรับการเล่นในจังหวะนี้ แต่ด้วยการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลายคนเลยเก็งกันว่า กำไรปีนี้จะออกมาดีกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญเจ้าค่ะ

* เม้าท์ถึงผลงานที่ดีขึ้นทั้งที “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น TM เป็นรายถัดไปในทันที เพราะการไล่ราคาแบบสุดติ่งกระดิ่งแมว จนหุ้นกระชากขึ้นมาปิดที่ 4.86 บาท บวกไป 0.86 บาท หรือขึ้นไป 21.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 558 ล้านบาท ท่ามกลางค่า PE 30 เท่า มันมีความหมายในตัวของมันเองอยู่แล้วว่า ยอดขายและกำไรของปี 2564 ออกมาเลิศสะแมนแตนอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลโดยตรงไงล่ะคะ

* ในเมื่อเม้าท์ถึงหุ้นสตอรี่สวย ๆ และเตรียมรับทรัพย์กระเป๋าตุง “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น TEAMG ซึ่งเป็นการเซ็นสัญญาจ้างงานรัว จึงอนุมานได้ทันทีว่า กำไรปีนี้มาดีแน่นอน! ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักเล่นไล่ราคาหุ้นขึ้นมาปิดที่ 2.44 บาท บวกไป 0.18 บาท หรือขึ้นไป 7.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 150 ล้านบาท แถมมองในมุมของค่า PE 13 เท่า ยิ่งทำให้หุ้นตัวนี้โดดเด่นขึ้นเป็นกองเลยพะยะค่ะ

* ตบท้ายกันที่ข่าวเม้าท์เกี่ยวกับบ่อนพนัน และแหล่งบันเทิงของพวกไฮโซกันสักหน่อย หลังโลกออนไลน์มีการเอ่ยชื่อพาดพิงถึงเฮีย “ตือ คอสโม” ขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับฟันธงลงไปว่า นี่คือหนึ่งในต้นตอที่ทำให้โควิด-19 ระบาดรอบ 3 พร้อมกับทำให้ชื่อของตระกูล “ส…” ถูกเม้าท์ถึงในฐานะตัวร้ายของสังคม เพราะไปมีชื่อเกี่ยวพันกับธุรกิจสายดาร์กอีกด้วยแบบนี้ สงสัยจะมีรายการแฉออกมาเป็นฉาก ๆ อีกแน่นอนเจ้าค่ะ

* ประเด็นข้างต้นทำให้ชาวเผือกหันมาสนใจหุ้น ACAP อย่างรวดเร็วอีกครั้ง เพราะชื่อของผู้ถือหุ้นใหญ่ดันมีนามสกุลเดียวกับคนที่สังคมกำลังเพ่งเล็งเป็นพิเศษ ผสานกับหัวเรือใหญ่ที่นั่งบริหารเต็มตัว ก็งัดเคล็ดวิชาโยกย้ายถ่ายเส้นเอ็นเกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ ออกมาใช้แบบโต้ง ๆ จนทำให้ธาตุไฟแตกก่อนเวลาอันควรแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่ต้องสืบสาวราวเรื่องกันต่อไป และคงต้องรอให้ทางการเป็นคนออกมาชี้มูล..ส่วนเรื่องดังกล่าวจะ “จริง” หรือ “เท็จ” อย่างไร? น่าจะให้โอกาสคนที่ถูกพาดพิงออกมาชี้แจงเสียก่อน (อย่าฟังข่าวเม้าท์อย่างเดียว) นะจ๊ะ