สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 26 เม.ย. 2564

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 26 เม.ย. 2564

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (26 เม.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮ ก่อนที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 27-28 เม.ย.นี้ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,981.57 จุด ลดลง 61.92 จุด หรือ -0.18% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 4,187.62 จุด เพิ่มขึ้น 7.45 จุด หรือ +0.18% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,138.78 จุด เพิ่มขึ้น 121.97 จุด หรือ +0.87%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (26 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ที่พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 10 ปีตามทิศทางราคาโลหะที่แข็งแกร่ง ขณะที่การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรช่วยหนุนให้กลุ่มธนาคารด้วยท่ามกลางความเชื่อมั่นว่า ภาวะเลวร้ายที่สุดของโรคโควิด-19 ได้ผ่านพ้นไปแล้ว

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดตลาดที่ระดับ 440.20 จุด เพิ่มขึ้น 1.16 จุด หรือ +0.26%

ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,275.52 จุด เพิ่มขึ้น 17.58 จุด หรือ +0.28%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 15,296.34 จุด เพิ่มขึ้น 16.72 จุด หรือ +0.11% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,963.12 จุด เพิ่มขึ้น 24.56 จุด หรือ +0.35%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (26 เม.ย.) โดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้นจากความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของอังกฤษ

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,963.12 จุด เพิ่มขึ้น 24.56 จุด หรือ +0.35%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (26 เม.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในอินเดียและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันมากเป็นอันดับ 3 และอันดับ 4 ของโลก จะส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพรุ่งนี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 23 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 61.91 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 46 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 65.65 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (26 เม.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 27-28 เม.ย.นี้ รวมทั้งตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1 ของสหรัฐ

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 2.3 ดอลลาร์ หรือ 0.13% ปิดที่ 1,780.1 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 13.4 เซนต์ หรือ 0.51% ปิดที่ 26.209 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 12.1 ดอลลาร์ หรือ 0.98% ปิดที่ 1,245.2 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 52.30 ดอลลาร์ หรือ 1.8% ปิดที่ 2,909.30 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (26 เม.ย.) ก่อนที่การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มขึ้นในวันอังคารที่ 27 เม.ย. และสิ้นสุดลงในวันพุธที่ 28 เม.ย.ตามเวลาสหรัฐ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ขยับลง 0.06% แตะที่ 90.8094 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2399 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2473 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.10 เยน จากระดับ 107.94 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์ ที่ระดับ 0.9140 ฟรังก์ จากระดับ 0.9134 ฟรังก์

ยูโรทรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2091 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3906 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3875 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7805 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7756 ดอลลาร์สหรัฐ