LEO พุ่ง 4% ทำจุดสูงสุดใหม่ ลุ้นไตรมาส 1 กำไรโต รับ “Self Storage”-ปริมาณขนส่งหนุน

LEO พุ่ง 4% ทำจุดสูงสุดใหม่ ลุ้นไตรมาส 1 กำไรโต รับ “Self Storage”-ปริมาณขนส่งหนุน ล่าสุดอยู่ที่ 7.05 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 4.44% มูลค่าซื้อขาย 130.73 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO ล่าสุด ณ เวลา 16.00 น. อยู่ที่ 7.05 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 4.44% สูงสุดที่ 7.10 บาท ต่ำสุดที่ 6.80 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 130.73 ล้านบาท

ทั้งนั้ ราคาหุ้น LEO ปรับตัวขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2563 ราคา IPO ที่ระดับ 3.42 บาท

ด้าน บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (27 เม.ย.64) ว่า คาดกำไตรไตรมาส 1/64 อยู่ที่ 21.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 130% เมื่อเทียบจากปีก่อน โดยเป็นผลจาก 1.) ปริมาณการขนส่งที่คาดจะเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบจากปีก่อน โดยเฉพาะการขนส่งทางทะเลจากการ Re-stock สินค้าที่ยังเกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยฯ บล.เคจีไอ (ไต้หวัน) ประเมินการ Re-stock ทั่วโลกจะยังต่อเนื่องถึงกลางปีนี้เป็นอย่างต่ำ

รวมทั้ง 2.) คาดอัตรากำไรขั้นต้น 25.5% จาก 25.8% ในไตรมาสก่อน โดยอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเป็นผลมาจากค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์ที่ปรับขึ้นแรงผิดปกติ ทำให้ LEO คิดค่าบริการกับลูกค้าเพิ่มขึ้นได้ในอัตราที่ต่ำกว่าการปรับขึ้นของค่าระวางเรือ แต่ปริมาณขนส่งที่เพิ่มขึ้นมากทำให้สุทธิแล้วยังเป็นบวกต่อกำไร และ 3.) คาดมีการรับรู้รายได้ที่เลื่อนมาจากไตรมาส 4/63 ราว 2 ล้านบาท เนื่องจากมีการขนส่งระยะทางไกลที่ยังไม่ถึงปลายทางทันวันสิ้นไตรมาส 4/63 จึงไม่สามารถบันทึกรายได้ตามมาตรฐานบัญชี

ขณะที่ดัชนีค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์ (Shanghai Containerized Freight index: SCFI) เร่งตัวขึ้นอีกครั้งทะลุจุดสูงสุดเดิมเมื่อปลายปี 2563 สะท้อนความต้องการขนส่งสินค้าทั่วโลกที่ยังเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้  IMF คาดการณ์ปริมาณการค้าระหว่างประเทศ (สินค้าและบริการ) ทั่วโลกจะเติบโตราว 8.4% เมื่อเทียบจากปีก่อน ขณะที่ OECD คาดการณ์ปริมาณการค้าระหว่างประเทศ (สินค้าและบริการ) ในกลุ่มประเทศ OECD จะยังเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 2/64

นอกจากนี้ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินตัวเลยการส่งออกของไทยที่โตเด่นในไตรมาส 1/64 จะยังมี Momentum เป็นบวกต่อเนื่องในไตรมาส 2/64 ทั้งจากผลของฐานที่ต่ำ และการเร่ง Re-stock สินค้าทั่วโลก สะท้อนปริมาณขนส่งของ LEO ที่จะมีแนวโน้มเติบโตเด่นในปีนี้เช่นกัน

อีกทั้งยังประเมินว่า ธุรกิจ Self storage ของ LEO จะเป็นอีกธุรกิจใหม่ที่ช่วยหนุนผลการดำเนินงาน โดยได้อานิสงส์จากธุรกิจ E-commerce ที่กำลังเติบโต ซึ่งในปัจจุบัน LEO มีพื้นที่ที่ถนนพระราม 3 (พื้นที่ขนาด 1.2 พันตรม.) และกำลังจะลงทุนขยายพื้นที่เฟส 2 บนถนนเยาวราช (พื้นที่ขนาด 2 พันตรม.) ภายในไตรมาส 4/64 ซึ่งอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ Self Storage อยู่ที่ราว >40% ซึ่งคาดว่ารายได้ในปี 2565 จะเร่งตัวขึ้นจากปัจจุบันที่ราว 7 ล้านบาท/ปี เป็น 23 ล้านบาท/ปี และคากว่าจะมีการพัฒนาพื้นที่ Self Storage เเพิ่มเติมอีก ตาม Demand ที่เพิ่มขึ้นทั้งจากธุรกิจ E-commerce และพฤติกรรมผู้บริโภคในเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป อาศัยอยู่ในเมือง / คอนโดมิเนียมมากขึ้น ต้องการพื้นที่ก็บของส่วนตัว ทั้งนี้คาดธุรกิจ Self Storage ในปี 2565 จะเร่งตัวขึ้นเป็น 9.6 ล้านบาท (คิดเป็น 10.5% ของประมาณการฯ) กำไร

โดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) แนะนำ “ซื้อ” หุ้น LEO ราคาเป้าพื้นฐาน 7.8 บาท คิดเป็น Forward PE ที่ 29.4 เท่า อิงวิธี DCF ทั้งนี้ยังไม่รวม Upside จากดีล M&A ที่กำลังอยู่ระหว่างเจรจา โดย LEO ยังมีเงินจาก IPO ราว 200 ล้านบาทอยู่ในรูปแบบการลงทุนระยะสั้นที่พร้อมนำมาใช้ซื้อกิจการทันทีที่การเจรจาซื้อกิจการลุล่วง