หงส์ดำเล็ก ๆ

ราคาหุ้น 5 รายอย่าง CCP, BSM, SUN, TM, TSR อันหวือหวาในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา มีราคาวิ่งบวกแรงเกิน ร้อยละ 50 (ยกเว้น SUN ที่วิ่งยาว ทั้งที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ) กว่าร้อยละ 150 จากการเพิ่มทุน แตกหุ้น ปันผลแบบเหนียวสุด ๆ ในอัตรา 1 หุ้นปันผลต่อ 2 หุ้นเดิม โดยไม่ยอมจ่ายเงินสดทั้งที่มีกำไรสะสมกว่า 1.4 พันล้านบาท  มีคำถามว่าเป็นไปตามทฤษฎีหงส์ดำ หรือการเล่นรอบปกติของเจ้าประจำและบรรดาแมงเม่าที่ชอบเสี่ยงหรือไม่

พลวัตปี 2021 : วิษณุ โชลิตกุล

ราคาหุ้น 5 รายอย่าง CCP, BSM, SUN, TM, TSR อันหวือหวาในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา มีราคาวิ่งบวกแรงเกิน ร้อยละ 50 (ยกเว้น SUN ที่วิ่งยาว ทั้งที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ) กว่าร้อยละ 150 จากการเพิ่มทุน แตกหุ้น ปันผลแบบเหนียวสุด ๆ ในอัตรา 1 หุ้นปันผลต่อ 2 หุ้นเดิม โดยไม่ยอมจ่ายเงินสดทั้งที่มีกำไรสะสมกว่า 1.4 พันล้านบาท  มีคำถามว่าเป็นไปตามทฤษฎีหงส์ดำ หรือการเล่นรอบปกติของเจ้าประจำและบรรดาแมงเม่าที่ชอบเสี่ยงหรือไม่

คำตอบเบื้องต้นน่าจะเป็นอย่างหลัง แม้จะเป็นคำตอบแบบกำปั้นทุบดินที่เฮงซวยที่สุด แต่เป็นข้อเท็จจริง

หากถือตามทฤษฎีเคร่งครัด ปรากฏการณ์เคลื่อนไหวของบรรดาหุ้นนอกสายตานักวิเคราะห์เหล่านี้ ล้วนไม่อาจจะถือว่าเข้าข่ายหงส์ดำ หรือหงส์สีอื่น ๆ (อย่าพูดถึงหงส์แดงที่ยังติดลมบนต่อไปอีกยาวนาน)

ตามทฤษฎีหงส์ดำที่ต่อยอดจากทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ เศษส่วนของธรรมชาติ (The Fractal Geometry of Nature) จากสมองระดับอัจฉริยะของ เบนวา เมนเดิลโบรต์ ซึ่งเอามาปรับใช้กับตลาดเก็งกำไร หลังจากทำการหันมาศึกษาการหมุนวนที่ซับซ้อนของราคาหุ้นของ IBM และอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์ – ยูโร จนสามารถลดลงเป็นสูตรที่ตรงไปตรงมาว่า  ตลาดไม่ใช่เดิมพันที่ปลอดภัยที่โบรกเกอร์ที่ช่ำชองยังไม่อาจการันตีได้

ข้อสรุปข้างต้น ได้ให้รูปแบบที่ดีกว่ามากว่ามีความเสี่ยงเพียงใด กลายมาเป็นข้อสรุปว่า ตลาดการเงินทำงานได้ดีเพียงใดและในการทำเช่นนั้นเขาอธิบายถึงคุณสมบัติที่ผันผวนอันตราย เป็นรากฐานสำหรับศาสตร์การเงินใหม่

ทฤษฎีนี้ได้รับการพัฒนาโดย Nassim Nicholas Taleb เพื่ออธิบายตลาดทุนซึ่งมีรายละเอียดสูงคาดเดาได้ยาก และหายาก ซึ่งอยู่นอกเหนือขอบเขตของความคาดหวังตามปกติในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์การเงินและเทคโนโลยี ที่ทำให้เกิดความไม่สามารถคำนวณได้ของความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่หายากอันเป็นผลสืบเนื่องโดยใช้วิธีการทาง วิทยาศาสตร์

เพียงแต่หงส์ดำของทาเล็บนั้น ใช้กับหุ้นใหญ่ที่เคยคาดหมายได้ แล้ววันหนึ่งเกิดเหตุผลบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ขึ้นมา ไม่ใช้กับหุ้นขนาดเล็กนอกสายตาที่โดยปกติแล้วก็คาดเดาทิศทางยากอยู่แล้ว

ความคาดเดายากกับหงส์ดำไม่เกี่ยวข้องกันเสมอไป

ตัวอย่างของราคาหุ้น SUN, TM, TSR, CCP ที่ราคาขยับขึ้นหลังจากที่มีข่าวดีเกิดขึ้นมานานและจบไปแล้ว เรียกว่าตอนจะขึ้นไม่ขึ้น แต่เลือกขึ้นผิดเวลาก็ย่อมได้

ส่วนในรายของราคาหุ้น BSM กับ PPS  นั้นไม่มีเหตุใดที่ควรขึ้นเลย เพราะผลประกอบการย่ำแย่ และอนาคตยังหมิ่นเหม่เสียอีก โดยเฉพาะรายหลังนั้น เจ้า” ไม่ดูตาม้าตาเรือ การที่ถูกเงื่อนไขต้องซื้อขายด้วยบัญชีเงินสดจึงสมควร โดน” แล้ว

ถ้าหากจะสมอ้างกล้อมแกล้มว่าการที่ราคาหุ้นที่เอ่ยชื่อมาเข้าข่ายหงส์ดำ ก็คงพออ้างได้บ้างแต่ใครจะเชื่อหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ถือว่าเป็น “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” ในยามที่ไม่มีข่าวดีละกันครับ