“ทริส” จัดเรทติ้ง ORI ระดับ “BBB” อัพแนวโน้ม “Positive” สะท้อนผลงานแกร่ง

“ทริส” จัดเรทติ้ง ORI ระดับ "BBB" อัพแนวโน้ม "Positive" จาก “Stable” สะท้อนผลการดำเนินงานแกร่ง-ความสามารถทำกำไรสูง

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (TRIS Rating) ได้จัดอันดับเครดิตองค์กรของ ORI ที่ระดับ BBB พร้อมทั้งปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทจาก Stable หรือ คงที่ เป็น “Positive” หรือ “บวก” สะท้อนถึงสถานะทางการตลาดของบริษัทที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความสามารถการแข่งขันในกลุ่มคอนโดมิเนียมครอบคลุมทุกระดับราคา ตั้งแต่ 60,000-200,000 บาทต่อ ตร.ม. แบรนด์ดิ ออริจิ้น (The Origin) ไนท์บริดจ์ (KnightsBridge) พาร์ค ออริจิ้น (Park Origin) ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ซื้อ ขณะที่กลุ่มบ้านจัดสรรก็มีสินค้าครอบคลุมตั้งแต่ระดับ 2.5-50 ล้านบาทต่อยูนิต แบรนด์ไบรตัน (Brighton) บริทาเนีย (Britania) ตลอดจนเบลกราเวีย (Belgravia) ก็ได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ อันดับเครดิตดังกล่าว ยังสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ระดับเกินกว่า 1 หมื่นล้านบาทอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การมีรายได้จากธุรกิจบ้านจัดสรรเพิ่มขึ้นจากเพียงเล็กน้อยในปี 2560 สู่ระดับ 2,700 ล้านบาทในปี 2563 การเติบโตของกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อปีจากระดับน้อยกว่า 1,000 ล้านบาทในปี 2559 สู่ระดับ 4,000-5,000 ล้านบาทในช่วง 3 ปีล่าสุด ซึ่งความสามารถในการทำกำไรของบริษัทอยู่ที่ระดับเกินกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอีกด้วย

อย่างไรก็ดีแม้จะมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ แต่ทริสเรทติ้งยังคงคาดว่ารายได้และกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อปีต่อปีของบริษัทจะเกินกว่า 1 หมื่นล้านบาท และ 3,500 ล้านบาท ตามลำดับ เนื่องจากบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) อยู่มากกว่า 36,800 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้จนถึงปี 2566 และมีความสามารถในการสร้างยอดขายใหม่อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งคาดว่า อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อทุนของบริษัทจะลดลง ได้อย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีข้างหน้า ถึงแม้บริษัทจะมีแผนลงทุนในธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยและธุรกิจอื่นๆ ต่อเนื่อง รวมถึงกลุ่มธุรกิจใหม่ อาทิ ธุรกิจโกดังสินค้าให้เช่า ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ธุรกิจด้านสุขภาพ เนื่องจากแผนการลงทุนในธุรกิจเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นการร่วมทุน จึงช่วยบรรเทาความต้องการเงินลงทุนไปได้ส่วนหนึ่ง

ทั้งนี้ จากอันดับแนวโน้ม Positive ทริสเรทติ้งคาดว่า บริษัทจะยังคงรักษาสถานะทางการตลาดและการเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้ ตลอดจนสามารถรักษาอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนให้อยู่ในระดับประมาณ 60% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ถึงแม้อุปสงค์ที่อยู่อาศัยจะชะลอตัวและมีการแพร่ระบาดของ COVID-19

สำหรับบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Residential Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรมาแล้ว 83 โครงการ เช่น  แบรนด์ พาร์ค ออริจิ้น (PARK ORIGIN) ดิ ออริจิ้น (The Origin) ไนท์บริดจ์ (KnightsBridge), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill), เคนซิงตัน (Kensington) และ บริทาเนีย (BRITANIA) รวมมูลค่าโครงการกว่า 129,000 ล้านบาท

รวมทั้ง 2.ธุรกิจที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income Business) เช่น โรงแรม เซอร์วิส อพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก 3.ธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และยังมีวิสัยทัศน์ในการขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร