HANA อัตราการเติบโตกำไรปี 59 สูงมองฐานะการเงินแข็งแกร่งแนะสะสม

HANA คาดการณ์อัตราการเติบโตกำไรสุทธิปี 59 สูงโดดเด่นเป็น 33% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (กำไรหลักโต 27%) ส่วนปี 60 เติบโตต่อเนื่องได้อีก 7%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แรงผลักดันมาจากการเพิ่มกำลังการผลิตอีก 36% ซึ่งมาจากโรงงานที่จีน เมือง Jiaxin +4% โรงงานแห่งใหม่ ลำพูน 2 +22% โรงงานที่เกาะกง +10% ด้านงบดุลก็มีความแข็งแกร่งมาก ณ ปลายไตรมาส 3/58 มีเงินสดสุทธิถึง 9.5 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 10.30 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทมีนโยบายที่จะถือเงินสดไว้อย่างน้อย 250 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเผื่อการทำ M&A ต่อยอดธุรกิจ ซึ่งก็จะเป็นแรงกระตุ้นราคาหุ้นในอนาคตได้ หากดีลนั้นก่อให้เกิดประโยชน์กับบริษัท


บล.ดีบีเอสฯ ระบุในบทวิเคราะห์ (4 ธ.ค.) ว่า  บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA แนะนำเป็นซื้อเป็นหนึ่งในผู้นำบริษัทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ราคาหุ้นขณะนี้ซื้อขายด้วย P/E ปี 59 ที่เพียง 10.6 เท่า กำหนดราคาพื้นฐานเป็น 40.00 บาท ซึ่งประเมินด้วย P/E ปี 59 ที่ 12 เท่า ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 13% ผนวกกับคาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลปี 59 ที่สูงเป็น 5.7% จุดเด่นคือ คาดว่าผลการดำเนินงานปีนี้เป็นจุดต่ำสุดแล้ว และจะเริ่มเติบโตสูงในปี 59 สำหรับฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีเงินสดสุทธิคิดเป็น 10.30 บาทต่อหุ้น ณ ปลาย 3Q58

HANA จะได้รับประโยชน์เต็มที่จากเงินบาทที่อ่อนค่า จากการศึกษาพบว่าทุกๆ 10% ของการเปลี่ยนแปลงค่าเงินบาทต่อเหรียญสหรัฐ จะทำให้กำไรจาการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 200 ล้านบาท ต่อไตรมาส เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่เป็นเหรียญสหรัฐ ขณะที่ฝั่งต้นทุนมีสัดส่วนเป็นเหรียญสหรัฐประมาณ 60% เทียบกับรายได้ และตกแล้วรายได้ต่อไตรมาสอยู่ที่ประมาณ 150 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าปัจจัยบวกจากเงินบาทที่อ่อนค่า และมีแนวโน้มว่าปีหน้าจะอ่อนค่าลงไปอีก ก็จะช่วยทำให้คาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นในอนาคตอยู่ในระดับที่สูง 15%ในปี 59-60 เทียบกับปี 58 ที่ 13%

คาดการณ์อัตราการเติบโตกำไรสุทธิปี 59 สูงโดดเด่นเป็น 33% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (กำไรหลักโต 27%) ส่วนปี 60 เติบโตต่อเนื่องได้อีก 7%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แรงผลักดันมาจากการเพิ่มกำลังการผลิตอีก 36% ซึ่งมาจากโรงงานที่จีน เมือง Jiaxin +4% โรงงานแห่งใหม่ ลำพูน 2 +22% โรงงานที่เกาะกง +10% ด้านงบดุลก็มีความแข็งแกร่งมาก ณ ปลายไตรมาส 3/58 มีเงินสดสุทธิถึง 9.5 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 10.30 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทมีนโยบายที่จะถือเงินสดไว้อย่างน้อย 250 ล้านเหรียญสหรัฐ  เพื่อเผื่อการทำ M&A ต่อยอดธุรกิจ ซึ่งก็จะเป็นแรงกระตุ้นราคาหุ้นในอนาคตได้ หากดีลนั้นก่อให้เกิดประโยชน์กับบริษัท

Back to top button