บางครั้งความสงสัยอาจทำให้คนรู้สึกว่าถูกใส่ร้าย!!

วันนี้ขอรีวิวกระแสร้อนแรงในบ้านเราหนึ่งเรื่อง คือ ประเด็นเรื่อง บลจ.บัวหลวงซื้อหุ้น CPALL เพิ่มหรือไม่??

ตามกระแสโลก–

 

วันนี้ขอรีวิวกระแสร้อนแรงในบ้านเราหนึ่งเรื่อง คือ ประเด็นเรื่อง บลจ.บัวหลวงซื้อหุ้น CPALL เพิ่มหรือไม่??

ซื้อหรือไม่นั้น หากดูตามเอกสารหลักฐานที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้นำมาแสดงต่อสังคม ก็พอจะสรุปได้ว่า ไม่ได้ซื้อ

ทีนี้มาย้อนดูต้นตอของประเด็นดังกล่าว ซึ่งเมื่อประมาณ วันจันทร์ที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา

มีการเผยแพร่ข้อมูลที่กล่าวอ้างถึงกรณี กองทุนบางกองภายใต้การบริหารของ บลจ.บัวหลวง ได้เข้าเก็บหุ้นเจ้าปัญหาเพิ่มเข้าพอร์ตฯจำนวนหนึ่ง

แน่นอนว่าข้อมูลชุดนี้นำมาซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างถึงการบริหารกองทุนอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรมของ บลจ.แห่งนี้

ถามว่าทำไมถึงมีกระแสเชิงลบออกมาเช่นนั้น? ก็เพราะก่อนหน้านี้ นางวรวรรณ ธาราภูมิ หัวเรือใหญ่ของสำนักดังกล่าว ได้ออกมาเรียกร้องพร้อมเชิญชวนให้กองทุนต่างๆพิจารณาลดน้ำหนักการถือครองหุ้น CPALL

จากกรณีที่ นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร ซีพี ออลล์ พร้อมพวก ได้ใช้ข้อมูลภายในซื้อหุ้น MAKRO

นอกจากความเป็นคนดีและการเป็นซีอีโอของ บลจ.บัวหลวง แล้ว นางวรวรรณ ยังสวมหมวกอีกหนึ่งใบในฐานะ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน หรือ AIMC

ซึ่งแน่นอนว่า การออกมากดดันและกำหนดท่าทีต่อ CPALL ย่อมได้รับเสียงสนับสนุนจากผู้บริหารกองทุนอื่นๆเป็นจำนวนมาก

หากแต่ข้อมูลที่มีกลุ่มคนนำมาเผยแพร่ (ที่ท้ายสุดเหมือนถูกสังคมสรุปว่าเป็นเท็จ) นั้นมีรายละเอียดที่ชวนให้คิดและตั้งคำถาม

ว่า ทั้งหมดนี้คือแทคติกเพื่อล่อให้เพื่อนขายหมูหรือเปล่า??

อย่างไรก็ดี ในท้ายที่สุด นางวรวรรณ ก็ได้งัดเอาหลักฐานเด็ดออกมาโชว์เพื่อสยบความซ่าส์บ้าระห่ำของพวกปากสุนัขกากๆที่น่ารังเกียจทั้งหลาย

ซึ่งเจ้าหลักฐานที่ว่าก็คือ หนังสือรับรองข้อมูลการลงทุนของกองทุนรวมของ บลจ.บัวหลวง ที่มีธนาคารกสิกรไทยซึ่งเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ทำหน้าที่ออกหนังสือฉบับนี้ให้

นอกจากนี้ ยังมีการแนบรายละเอียดเป็น ตารางแสดงจำนวนหุ้น CPALL ที่ทุกพอร์ตของบัวหลวงถืออยู่รวมกัน

โดยในเนื้อหารายละเอียดมีการแสดงให้เห็นถึงจำนวนหุ้น ณ วันที่ 4 ธันวาคม 2558” “วันที่ 30 ธันวาคม 2558” และ วันที่ 19 มกราคม 2559”

ซึ่งทั้ง 3 วันดังกล่าว ก็ไม่ปรากฏว่า บลจ.บัวหลวง มีการซื้อหุ้น CPALL เพิ่มเข้าพอร์ตแต่อย่างใด

คงถือหุ้นตัวดังกล่าวเป็นจำนวนเท่ากันในทั้ง 3 วัน คือ 234,962,200 หุ้น

ว่าไปแล้ว หนังสือรับรองฉบับนี้เหมือนเป็นยาชูกำลังให้ นางวรวรรณ สามารถออกมายืดอกสยบข่าวลือ (ที่อาจเชื่อได้ว่าเป็นเท็จ) ได้เกือบจะเบ็ดเสร็จเด็ดขาดหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม

พร้อมกับส่งผลให้พวกเหล่าสาวกแฟนคลับของ นางวรวรรณ ดาหน้าออกมาให้กำลังใจ ยกย่อง เทิดทูน กันอย่างชื่นมื่น

มีบางรายรู้สึกฮึกเหิมจนออกหน้าออกตา ถึงขั้นออกมาด่าพวกต่ำทรามที่บังอาจมาคิดร้ายกับ นางวรวรรณ ที่เคารพรัก

แต่ไม่รู้ว่าไอ้ที่ออกมาด่า เป็นเพราะต้องการแสดงความซื่อสัตย์ดั่งสุนัขป้องนาย หรือเพียงเพราะถือโอกาสหาที่ระบายปมด้อยในใจผ่านแป้นคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์

จะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่างหัวมันแล้วกัน เอาเป็นว่าแฟนคลับก็คือแฟนคลับ ใครจะรักใครชอบใครอันนี้เป็นสิทธิทางความคิดส่วนบุคคลอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่ต้องเคารพซึ่งกันและกัน

ซึ่งนั่นก็หมายรวมถึงกรณีที่หากมีคนไม่เห็นด้วย คนเหล่านั้นก็สมควรจะได้รับสิทธิทางความคิดเฉกเช่นเดียวกัน

เพราะที่แน่ๆมันยังมีประเด็นที่หลายคนยังรู้สึกค้างคาใจอยู่ ซึ่งก็คือ รายละเอียดของเจ้าหลักฐานชิ้นดังกล่าวไม่สู้จะตอบโจทย์ข้อมูลที่มีการเผยแพร่กันก่อนหน้านี้ได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่นัก

เนื่องจากข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ที่กล่าวอ้างว่า บลจ.บัวหลวง ซื้อหุ้น CPALL นั้นแสดงให้เห็นจำนวนหุ้น ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558” และ “25 ธันวาคม 2558”

ซึ่งเป็นคนละวันกับข้อมูลที่ นางวรวรรณ ใช้เป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจ

อีกทั้ง ข้อมูลที่นำมากล่าวอ้างกันนั้น ก็เป็นจำนวนหุ้นจากพอร์ตกองทุนระยะยาวของบัวหลวง หรือ B-LTF

แต่ข้อมูลที่ถูกนำมาหักล้างดันเป็นจำนวนหุ้นรวมจากทุกพอร์ตภายใต้การบริหารของ บลจ.บัวหลวง

ข้อแตกต่างระหว่าง โจทย์ กับ คำตอบ มันก็อยู่ตรงนี้แหละครับเจ้านาย

พูดง่ายๆคือ ตอบไม่ตรงคำถาม!!

ขอให้เข้าใจตรงกันนะ ว่ามิบังอาจไปกล่าวหาหลักฐานของ นางวรวรรณ ว่าใช้ไม่ได้ และก็ไม่ได้หมายถึงว่า ข้อมูลที่มีกลุ่มคนนำมากล่าวอ้างนั้นเป็นความจริง

แต่ถ้าไหนๆจะแสดงข้อมูลเพื่อยืนยันความเป็นคนดีให้สาธารณชนเห็นอยู่แล้ว หากใช้ตัวเลขจากวันเวลาเดียวกัน-กองทุนเดียวกันมาหักล้าง คงจะดีพิลึกพิลั่นทีเดียว

เพราะมันจะทำให้การพิสูจน์ตัวเองครั้งนี้ออกมาสมบูรณ์แบบจนน่าใจหายเลยล่ะ จะบอกให้

แต่หากว่ามีใครเกิดความเข้าใจไปเองว่าทำแค่นี้ผู้ถือหน่วยก็เข้าใจแล้ว และไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับความรู้สึกนึกคิดของสังคม มันก็เป็นอะไรที่ช่วยไม่ได้เหมือนกัน

เกรงว่าเควชชั่นมาร์กตัวใหญ่เบ้อเริ่มกำลังจะถูกส่งไปถามว่า แล้วเมื่อไหร่จะขายตามที่พูด?????????

งานนี้แค่เล่าสู่กันฟัง ด้วยความรักและห่วงใยนะจ๊ะ