“กัณฑรา” มอง SET หลังสงกรานต์ผันผวน แนะเก็บ GULF-ADVANC-KTB-CPF-CPALL

“นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา” ประเมินตลาดหุ้นไทยหลังสงกรานต์ยังผันผวนตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง แกว่งในกรอบ 1,460-1,500 จุด แนะชะลอลงทุนช่วงหยุดยาว 5 วัน เน้นถือหุ้นกลุ่มสื่อสาร ธนาคาร และ Defensive เพื่อลดความเสี่ยง ขณะที่หุ้นบริโภคมีโอกาสรับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ


นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังมีทิศทางแกว่งตัวในเชิงบวกตามบรรยากาศการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย แต่แรงขับเคลื่อนสำคัญยังคงมาจากหุ้นขนาดใหญ่บางตัว โดยเฉพาะหุ้น DELTA ที่มีบทบาทพยุงดัชนีในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ มองว่าตลาดยังตอบรับปัจจัยบวกอย่างระมัดระวัง เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลต่อพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง แม้จะเริ่มเห็นสัญญาณการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งมากขึ้น ซึ่งช่วยหนุนจิตวิทยาการลงทุนได้บางส่วน แต่ยังไม่เพียงพอจะทำให้ตลาดกลับมาเชื่อมั่นได้เต็มที่ เพราะยังมีความไม่แน่นอนสูงว่าความขัดแย้งจะยุติลงได้จริงหรือไม่

สำหรับมุมมองการลงทุนในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ 5 วัน นายกัณฑราระบุว่า หากเป็นนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก อาจเลือก “หยุดดูสถานการณ์” ไปก่อน เนื่องจากในช่วงวันหยุดอาจเกิดเหตุการณ์สำคัญจากต่างประเทศได้ตลอดเวลา ซึ่งอาจส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยเมื่อกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง โดยประเมินว่าระดับดัชนีปัจจุบันใกล้ 1,500 จุด ยังถือว่าอยู่ในโซนค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน

อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนยังต้องการถือหุ้นข้ามช่วงสงกรานต์ ควรเลือกลงทุนในหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกค่อนข้างจำกัด เช่น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF หรือกลุ่มสื่อสารอย่าง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC กลุ่มธนาคาร อย่าง ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB หรือหุ้นที่มีลักษณะ Defensive ว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่พอสามารถถือลงทุนข้ามวันหยุดได้ ขณะที่กลุ่มพลังงานและน้ำมันยังต้องติดตามทิศทางราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความผันผวนสูงตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

นายกัณฑรายังมองว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะมาตรการที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพและการบริโภค จะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นในกลุ่มบริโภคภายในประเทศ เช่น บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF และ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL รวมถึงช่วยประคองภาพรวมเศรษฐกิจในระยะถัดไป แม้รัฐบาลจะต้องบริหารสมดุลระหว่างการใช้งบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกับการดูแลผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวขึ้นก็ตาม

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยหลังผ่านช่วงสงกรานต์ไปแล้ว ประเมินว่า หากสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมารุนแรงขึ้นหรือยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจา ดัชนี SET มีโอกาสอ่อนตัวลงมาทดสอบแนวรับบริเวณ 1,460 จุด แต่หากการเจรจามีสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น ก็มีโอกาสเห็นดัชนีฟื้นตัวขึ้นทดสอบระดับ 1,500 จุดได้อีกครั้ง

ในด้านปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศ มองว่าผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบริษัทจดทะเบียนจะเริ่มมีบทบาทช่วยพยุงดัชนีมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสื่อสาร กลุ่มธนาคาร และบางส่วนของกลุ่มพลังงานที่ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ดีท่ามกลางภาวะผันผวน ขณะที่หุ้นธนาคารซึ่งอยู่ในช่วงขึ้นเครื่องหมาย XD ยังน่าสนใจ แต่ควรระวังแรงขายทำกำไรหลังขึ้น XD ซึ่งอาจทำให้ราคาหุ้นใช้เวลาฟื้นตัวระยะหนึ่ง

โดยสรุป FSS ยังให้น้ำหนักกับปัจจัยต่างประเทศเป็นหลักในระยะสั้น พร้อมแนะให้นักลงทุนติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางดัชนี SET ในช่วงหลังวันหยุดยาวนี้

Back to top button