สศก. เผยภาวะฝนแล้งกด GDP ภาคเกษตร Q1/59 หดตัว 2.1%

สศก. เผยภาวะฝนแล้งกด GDP ภาคเกษตร Q1/59 หดตัว 2.1% แต่ทั้งปีคาดยังโต 1.8-2.8%

นายสุรพงษ์ เจียสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาส 1 ปี 2559 พบว่าหดตัวลง 2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสาขาการผลิตที่หดตัว ได้แก่ สาขาพืช สาขาประมง และสาขาบริการทางการเกษตร ขณะที่สาขาปศุสัตว์ และสาขาป่าไม้ ขยายตัวเพิ่มขึ้น

สำหรับปัจจัยลบที่ทำให้ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาสแรกปีนี้หดตัว คือ ปรากฎการณ์เอลนีโญที่ส่งผลให้มีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าปกติ ก่อให้เกิดภาวะแห้งแล้งในหลายพื้นที่ของประเทศตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558 ต่อเนื่องมาจนถึงต้นปี 2559 และปริมาณน้ำใช้การได้ในเขื่อนหลักต่างๆ อยู่ในเกณฑ์น้อยมาก กรมชลประทานจำเป็นต้องควบคุมและจัดสรรการใช้น้ำเพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภค รวมถึงการรักษาระบบนิเวศก่อน ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกพืชหลายชนิด ทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรลดลง

ทั้งนี้เลขาธิการ สศก. กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรปี 2559 คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 1.8-2.8% โดยสาขาพืช ขยายตัว 2.2-3.2% สาขาปศุสัตว์ ขยายตัว 1.5-2.5% สาขาประมง ขยายตัว 0.5-1.5% สาขาบริการทางการเกษตร ขยายตัว 0.3-1.3% และสาขาป่าไม้ ขยายตัว 2.3-3.3% โดยมีปัจจัยบวกมาจาก ราคาน้ำมันที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง หรือไม่ปรับขึ้นมากนัก เงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งเป็นผลดีต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ของไทย และการดำเนินนโยบายด้านการเกษตรต่างๆ ของภาครัฐ เช่น การลดต้นทุนการผลิต, ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่, เขตเกษตรเศรษฐกิจ, ธนาคารสินค้าเกษตร รวมถึงการพัฒนาแหล่งน้ำและแก้ปัญหาภัยแล้ง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวจะทำให้ความต้องการสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ของไทยชะลอตัวลงด้วย โดยเฉพาะประเทศจีนซึ่งเป็นคู่ค้าที่สำคัญได้ดำเนินนโยบายปฏิรูปประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยเน้นการปฏิรูป supply side เพื่อลดปัญหาอุปทานล้นตลาดในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งการปฏิรูปดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังการผลิตและราคาสินค้าเกษตรของไทยด้วย

คำค้น