ดอลล์อ่อนเทียบค่าเงินหลัก หลัง “เยลเลน” กังวล Brexit

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (22 มิ.ย.) หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับประเด็น Brexit ในระหว่างการรายงานภาวะเศรษฐกิจรอบครึ่งปีเมื่อวานนี้

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ค่าเงินยูโร (22 มิ.ย.) แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1302 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.1259 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่เงินปอนด์เพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.4681 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.4677 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียเพิ่มขึ้นแตะระดับ 0.7493 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7470 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบเยนที่ระดับ 104.43 เยน จากระดับ 104.76 เยน และลดลงเมื่อเทียบฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9587 ฟรังก์ จากระดับ 0.9613 ฟรังก์ ในขณะที่ขยับขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.2845 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2794 ดอลลาร์แคนาดา

ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงกดดันหลังจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับประเด็น Brexit ในระหว่างที่แถลงนโยบายการเงินและรายงานภาวะเศรษฐกิจรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวานนี้

“Brexit ถือเป็นความเสี่ยงที่เรากำลังจับตาดูอยู่ ซึ่งเราจะคอยดูอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าผลโหวตจะเป็นอย่างไร และจะส่งผลกระทบอย่างไร” นางเยลเลนกล่าว อย่างไรก็ตาม ประธานเฟดยืนยันว่าไม่มีแผนจัดประชุมพิเศษสำหรับเฟดในวันศุกร์ หรือเสาร์นี้ เพื่อรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการที่ชาวอังกฤษอาจตัดสินใจถอนตัวจากสหภาพยุโรป

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ได้มีการเปิดเผยเมื่อวานนี้ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองในเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 5.53 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2007 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.1%

ส่วนในวันนี้ สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีกิจกรรมภาคการผลิตทั่วประเทศเดือนพ.ค.จากเฟดชิคาโก้, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนมิ.ย.โดยมาร์กิต, ยอดขายบ้านใหม่เดือนพ.ค. และดัชนีชี้นำเดือนพ.ค.โดย Conference Board