น้ำมันดิบปิดพุ่งจากแรงซื้อเก็งกำไร-จีดีพีสหรัฐฯสดใส

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (28 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไร หลังจากสัญญาน้ำมันดิบร่วงลงติดต่อกัน 2 วันทำการก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับรายงานที่ว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาสแรกของสหรัฐที่ขยายตัวได้ดีเกินคาด

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 1.52 ดอลลาร์ หรือ 3.3% ปิดที่ 47.85 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 1.42 ดอลลาร์ หรือ 3% ปิดที่ 48.58 ดอลลาร์/บาร์เรล

นักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากสัญญาน้ำมันดิบ WTI ดิ่งลงในช่วง 2 วันทำการที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบหลังจากอังกฤษลงมติแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ขณะที่เริ่มคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับ Brexit หลังจากมีกระแสคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกอาจเตรียมมาตรการเพื่อรองรับผลกระทบ Brexit โดยล่าสุดนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้กล่าวในการประชุมประจำปีของอีซีบีซึ่งจัดขึ้นที่เมืองซินทรา ประเทศโปรตุเกสเมื่อวานนี้ว่า “การกระตุ้นเศรษฐกิจโลกให้ฟื้นตัวขึ้นจากภาวะอ่อนแอนั้น ถือเป็นหน้าที่ร่วมกันของธนาคารกลางทั่วโลก”

นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันนิวยอร์กยังได้รับปัจจัยบวกหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งสุดท้ายสำหรับจีดีพีประจำไตรมาสแรก โดยระบุว่า จีดีพีขยายตัว 1.1% เมื่อเทียบรายไตรมาส สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1% ขณะที่ผลสำรวจของ Conference Board ระบุว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้นมากเกินคาดในเดือน มิ.ย. โดยอยู่ที่ระดับ 98 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่แล้ว หลังแตะระดับ 92.4 ในเดือน พ.ค. ด้านนักลงทุนจับตาดูรายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ในวันนี้ เวลา 21.30 น.ตามเวลาไทย