ปอนด์แข็งค่าหลังนักลงทุนเริ่มเทรดสินทรัพย์เสี่ยง

สกุลเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (28 มิ.ย.) โดยเงินปอนด์ดีดตัวขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่อังกฤษมีมติแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกลับเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ค่าเงินยูโร (28 มิ.ย.) แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1046 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.1019 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่เงินปอนด์เพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.3321 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3192 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียเพิ่มขึ้นแตะระดับ 0.7361 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7343 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบเยนที่ระดับ 102.77 เยน จากระดับ 101.99 เยน และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9832 ฟรังก์ จากระดับ 0.9776 ฟรังก์ ในขณะที่ขยับลงเมื่อเทียบดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.3061 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3092 ดอลลาร์แคนาดา

เงินปอนด์เริ่มแข็งค่าขึ้น เนื่องจากนักลงทุนกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง หลังจากมีกระแสคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกอาจเตรียมมาตรการเพื่อรองรับผลกระทบ Brexit
นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้กล่าวในการประชุมประจำปีของอีซีบีซึ่งจัดขึ้นที่เมืองซินทรา ประเทศโปรตุเกสเมื่อวานนี้ว่า “การกระตุ้นเศรษฐกิจโลกให้ฟื้นตัวขึ้นจากภาวะอ่อนแอนั้น ถือเป็นหน้าที่ร่วมกันของธนาคารกลางทั่วโลก”

ด้านนายมาร์ค คาร์นี ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ธนาคารกลางสามารถจัดหาเงินทุนพิเศษมูลค่า 2.50 แสนล้านปอนด์ หรือ 3.34 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านโครงการต่างๆที่ธนาคารดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นและธนาคารกลางญี่ปุ่นจะจัดการประชุมในวันนี้ เพื่อหารือถึงความเคลื่อนไหวของตลาด หลังจากที่อังกฤษลงประชามติถอนตัวจากสหภาพยุโรปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว