
“ทรีนีตี้” แนะลงทุนหุ้น 3 กลุ่มกำไรแกร่ง ดัน EPS ตลาดหุ้นพุ่ง
“ทรีนีตี้” ให้กรอบดัชนีหุ้นเดือน พ.ค. โอกาสขึ้นสูงสุด 1,450 จุด ลงลึกสุด 1,420 จุด เหตุเงินยังไหลเข้าหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์ และส่งออก น้ำหนักใหญ่สุดของ SET ดัน EPS ตลาดขยับสู่ 97.1 บาทต่อหุ้น พร้อมแนะจับตา 6 ปัจจัยสำคัญ เช่น MSCI เขย่าน้ำหนัก
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการลงทุนในสภาวะที่ความชัดเจนของสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่เกิดขึ้นและยังคงส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ทำให้ประเมินว่ากระแสเงิน Fund flow ในระดับโลกจะยังคงถูกพักไว้ในกลุ่มหุ้นที่เห็นการปรับเพิ่มประมาณการขึ้นมากสุดในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาหลังจากเกิดสงคราม นั่นก็คือกลุ่ม Oil & Gas และกลุ่ม Technology
สำหรับตลาดหุ้นไทย ก็อยู่ในลักษณะเดียวกันกับตลาดหุ้นโลก คือกระแสของเม็ดเงินที่น่าจะเห็นการเก็งกำไรไปยังกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และอิเล็กทรอนิกส์ ที่ยังคงเห็นโมเมนตัมของประมาณการกำไรที่แข็งแกร่ง และหุ้นกลุ่มเหล่านี้เป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักสูงในตลาด จึงทำให้ล่าสุดคาดการณ์กำไร EPS ของตลาดหุ้นไทยยังคงถูกปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องขึ้นมาที่ 97.1 บาทต่อหุ้น
นายณัฐชาตกล่าวว่า ด้วยภาพเช่นนี้ จึงประเมินการแกว่งตัว Sideways ของ SET Index ในเดือนนี้ มองกรอบแนวรับแรกที่ระดับ 1,450 จุด และแนวรับสำคัญที่ 1,420 จุด ในทางกลับกันประเมินกรอบแนวต้านแรกที่ 1,510 จุด และกรอบแนวต้านสำคัญที่ 1,540 จุด
อย่างไรก็ตาม หุ้นที่น่าสนใจในเดือนนี้ ได้แก่
- กลุ่มพลังงานต้นน้ำ และปิโตรเคมี เช่น PTTEP, PTTGC, SCC, IRPC
- กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ DELTA, KCE, HANA
- กลุ่มส่งออกอาหาร/เกษตรที่มียอดส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง อาทิ ITC, TFG
ทั้งนี้ ในส่วนของปัจจัยสำคัญที่น่าติดตามในเดือนนี้ ได้แก่
1.คาดการณ์เงินเฟ้อในระดับโลก จากทิศทางราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่สูง รวมไปถึงผลกระทบที่ส่งต่อไปยังระดับ Bond yield ในตลาด
- การปรับลดน้ำหนักหุ้นไทยในตะกร้าดัชนี MSCI Emerging Market ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในการประกาศผลช่วงเช้าวันที่ 13 พฤษภาคมตามเวลาบ้านเรา เนื่องจากหากนับตั้งแต่การ Rebalance ครั้งก่อน หุ้นไทยปรับตัว Underperform บนมาตรวัด Free-float adjusted พอสมควร
- ความผันผวนของหุ้น DELTA ซึ่งหากเพิ่มสูงขึ้นในทางขาขึ้นอย่างสำคัญ อาจมีความเสี่ยงถูกขึ้นบัญชี Trading Alert อีกครั้ง ซึ่งหากเกิดขึ้นจะทำให้ตัวหุ้นหลุดอออกจากดัชนี SET50 และ SET100 ประจำรอบ 2H26 ทันที
- ตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่สำคัญทั้ง ดัชนีภาคการผลิต (ออกมาแล้วเช้าวันนี้ ยังอยู่ในโซนขยายตัว แต่ต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปี) ดัชนีราคาผู้บริโภค (ประกาศวันพรุ่งนี้ตลาดคาด +2.2% YoY) และความเชื่อมั่นผู้บริโภค รวมถึงยอดการส่งออก-นำเข้า เป็นต้น
- มาตรการควบคุมราคาพลังงาน และการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นต่างๆ จากทางรัฐบาล รวมถึงความชัดเจนของการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
- เทศกาลประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนภายในประเทศ และปัจจัยฤดูกาลเกี่ยวกับการโยกย้ายเงินปันผลออกนอกประเทศของนักลงทุนต่างชาติ

