ดอลล์อ่อนค่าหลังเฟดยืนยันชะลอขึ้นดอกเบี้ย

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ก.ค.) หลังจากรายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า คณะกรรมการเฟดเห็นพ้องให้ชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าเฟดจะได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบจากการที่อังกฤษลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ค่าเงินยูโร (6 ก.ค.) แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1104 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.1072 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่เงินปอนด์ลดลงแตะระดับ 1.2922 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3024 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเงินดอลลาร์ออสเตรเลียเพิ่มขึ้นแตะ 0.7517 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7460 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบเยนที่ระดับ 101.39 เยน จากระดับ 101.54 เยน และลดลงเมื่อเทียบฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9743 ฟรังก์ จากระดับ 0.9769 ฟรังก์ ในขณะที่ขยับลงเมื่อเทียบดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.2956 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2990 ดอลลาร์แคนาดา

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนแรงลงหลังจากเฟดเปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ประจำเดือนมิ.ย.เมื่อวานนี้ โดยรายงานระบุว่า คณะกรรมการเฟดเห็นพ้องกันว่าควรมีการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป จนกว่าเฟดจะได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบจากการที่อังกฤษลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)

ทั้งนี้ เฟดประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันที่ 14-15 มิ.ย. ก่อนที่อังกฤษจะลงประชามติในวันที่ 23 มิ.ย. นอกจากนี้ เฟดยังได้ระบุถึงตัวเลขการจ้างงานที่ซบเซาของสหรัฐว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เฟดตัดสินใจตรึงอัตราดอกเบี้ยในเดือนที่แล้ว

นักลงทุนจับตากระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ในวันนี้เวลา 19.30 น.ตามเวลาไทย และจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนมิ.ย.ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ โดยข้อมูลดังกล่าวจะบ่งชี้แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้ ก่อนที่เฟดจะประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันที่ 26-27 ก.ค.