“ออมสิน” ชู Smart Social Bank for All Lives หนุนฐานราก-SME

ธนาคารออมสินก้าวสู่ปีที่ 113 ประกาศวิสัยทัศน์ "Smart Social Bank for All Lives" มุ่งดูแลคนไทยทุกช่วงชีวิต พร้อมเดินหน้า 2 ภารกิจหลักอุ้มคนตัวเล็กและธุรกิจ SME ฝ่าฟันความท้าทายทางเศรษฐกิจ


นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ลำดับที่ 18 เปิดเผยในการแถลงวิสัยทัศน์และนโยบายการดำเนินงานว่า ในปี 2569 นี้ นับเป็นวาระโอกาสครบรอบ 113 ปี ของธนาคารออมสิน ซึ่งยังคงมุ่งมั่นดำเนินภารกิจตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในการส่งเสริมการออมทรัพย์ของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายผลสู่การเป็นธนาคารเพื่อสังคมอย่างเต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ นับจากนี้ไปธนาคารออมสินพร้อมเดินหน้ายกระดับการดำเนินงาน โดยมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ “Smart Social Bank for All Lives” ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม และครอบคลุมการดูแลคนไทยในทุกช่วงชีวิต

ภายใต้บริบทปัจจุบันของเศรษฐกิจโลกที่มีปัจจัยเสี่ยงและความท้าทาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ สะท้อนผ่านตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่ลดต่ำแตะระดับ 1.4% ขณะที่ค่าเงินบาทมีความผันผวนสูงและอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 31-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งราคาน้ำมันดีเซลที่เคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 40.2-50.5 บาทต่อลิตร ธนาคารออมสินจึงได้กำหนดบทบาทอย่างชัดเจนในการดูแลคนไทยทุกช่วงชีวิต เพื่อให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคและความท้าทายครั้งนี้ไปด้วยกัน

โดยธนาคารยึดหลักคิด “From Birth, to Legacy” ซึ่งแบ่งการดูแลออกเป็นกลุ่มต่างๆ ได้แก่ กลุ่มวัยเด็กเล็ก ตั้งเป้าปลูกฝังวินัยการออมและวางรากฐานพฤติกรรมทางการเงินที่ดีตั้งแต่เยาว์วัย, กลุ่มวัยเรียน ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่นักเรียนและนักศึกษาเพื่อเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง, กลุ่มวัยสร้างตัว สนับสนุนการตั้งต้นชีวิตโดยสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพและริเริ่มธุรกิจ, กลุ่มวัยเติบโต ส่งเสริมการออมและการลงทุนที่เหมาะสมให้เพียงพอต่อการสร้างความมั่งคั่งที่มั่นคงในระยะยาวเพื่อรองรับการเกษียณ และ กลุ่มวัยเก็บเกี่ยว ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เกษียณอายุให้สามารถบริหารจัดการทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ธนาคารออมสินยังมุ่งเน้นขับเคลื่อน 2 ภารกิจที่สำคัญ ได้แก่ 1. การช่วยเหลือคนตัวเล็ก ผู้ประกอบการรายย่อย และกลุ่มฐานราก ให้สามารถลืมตาอ้าปากและมีเงินออมไว้ใช้จ่าย 2. การช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็ก ธุรกิจ SMEs ตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้สามารถประคับประคองธุรกิจและก้าวต่อไปได้ ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงหลากหลายประการ

Back to top button