
วีซ่าผนึก “ททท.” เปิดตัวแพลตฟอร์ม Visa Destinations ยกระดับท่องเที่ยวไทย
วีซ่า จับมือ ททท. ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญเปิดตัวแพลตฟอร์มระดับโลก "Visa Destinations" โดยประเทศไทยขึ้นแท่นตลาดแรกของเอเชียแปซิฟิกที่ได้นำร่องในระดับประเทศ มุ่งยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยวขาเข้าให้สะดวก ปลอดภัย และไร้รอยต่อ พร้อมชูย่าน "ทรงวาด" เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมจริง หวังกระตุ้นการใช้จ่าย กระจายรายได้สู่ธุรกิจท้องถิ่น และขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนรับปี 2568
วีซ่า (Visa) ผนึกกำลังร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ประกาศความร่วมมือเพื่อสนับสนุนและยกระดับการท่องเที่ยวขาเข้า (Inbound Tourism) ผ่านการเปิดตัวแพลตฟอร์ม “Visa Destinations” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อผู้ถือบัตรเข้ากับประสบการณ์และข้อเสนอสุดพิเศษในแต่ละจุดหมายปลายทาง โดยมุ่งเน้นการยกระดับการเดินทางให้มีความสะดวก คล่องตัว ปลอดภัย และตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้นตลอดทั้งทริป
ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาระบบนิเวศการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ซึ่งไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่น การเข้าถึงบริการ และการสร้างประสบการณ์การเดินทางในชีวิตประจำวัน เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้กระจายตัวไปยังจุดหมายปลายทางและชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ แพลตฟอร์ม Visa Destinations ถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมในทุกช่วงเวลาของการเดินทาง เริ่มตั้งแต่การเดินทางมาถึงประเทศไทย การสัญจรภายในประเทศ การใช้จ่ายระหว่างทริป การค้นพบประสบการณ์ท้องถิ่น ไปจนถึงวันเดินทางกลับ โดยมีระบบการชำระเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและสามารถใช้งานได้อย่างแพร่หลายเป็นกลไกสำคัญ ขับเคลื่อนควบคู่ไปกับความร่วมมือจากผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อเชื่อมต่อนักท่องเที่ยวเข้ากับประสบการณ์ด้านอาหาร การช้อปปิ้ง สุขภาพ ที่พัก การเดินทาง และไลฟ์สไตล์ พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจท้องถิ่นไปในเวลาเดียวกัน
ดีมานด์ท่องเที่ยวภูมิภาคยังแกร่ง รับพฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่
แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะยังคงมีความไม่แน่นอน แต่ความต้องการเดินทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงแข็งแกร่ง ข้อมูลจากวีซ่ายืนยันว่า การท่องเที่ยวยังคงเป็นหนึ่งในหมวดการใช้จ่ายหลักของผู้บริโภคในภูมิภาค โดยนักท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่จะปรับแผนและเลือกจุดหมายปลายทางใหม่ๆ มากกว่าการตัดสินใจยกเลิกการเดินทาง
ในขณะเดียวกัน พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน โดยหันมานิยมการเดินทางระยะใกล้ภายในภูมิภาคมากขึ้น มีการวางแผนการเดินทางที่ยืดหยุ่น และให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ระบบชำระเงินที่ปลอดภัยและการเดินทางที่คล่องตัว อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายยังคงกระจุกตัวอยู่ในเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต เชียงใหม่ และเกาะสมุย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเชื่อมต่อ ความน่าเชื่อถือ และความหลากหลายของประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวต้องการ
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวถือเป็นกลไกสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย และประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวคือหัวใจหลักของการเติบโตอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน ททท. ได้ริเริ่มดำเนินโครงการต่างๆ อาทิ โครงการ Krabi Prototype, แพลตฟอร์ม CF-Hotels, รางวัล STG Star และ TTA เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่างวีซ่า จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศการท่องเที่ยว ตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงประสบการณ์จริงของนักท่องเที่ยว
ไทยขึ้นแท่นตลาดแรกของเอเชียแปซิฟิก นำร่อง Visa Destinations ระดับประเทศ
วีซ่า ได้เดินหน้าขยายแพลตฟอร์ม Visa Destinations สู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยประเทศไทยถือเป็นตลาดแรกและเป็นประเทศเดียวที่ได้รับการเปิดตัวในฐานะ Visa Destinations ระดับประเทศ ครอบคลุมเมืองท่องเที่ยวสำคัญ 8 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา อุดรธานี เกาะสมุย หัวหิน และหาดใหญ่ ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความหลากหลายของประสบการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทย
นอกจากนี้ ข้อมูลของวีซ่ายังระบุด้วยว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยภาพรวมการเดินทางขาเข้าในปี 2568 มีทิศทางฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ยอดการใช้จ่ายต่อทริปมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับคุณภาพ ประสบการณ์ และการใช้ชีวิตแบบคนในท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น
สำหรับสัดส่วนการใช้จ่ายส่วนใหญ่นั้น มากกว่า 2 ใน 3 มาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) จากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และยุโรป ยังคงเป็นกลุ่มที่สร้างมูลค่าสูงให้กับอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยหมวดหมู่การใช้จ่ายหลักของนักท่องเที่ยว ได้แก่ ที่พัก อาหาร ค้าปลีก สุขภาพ และบริการในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินทาง
คุณแอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวเสริมว่า จุดแข็งสำคัญของประเทศไทยคือความหลากหลาย ที่มีทั้งความเป็นเมืองใหญ่ระดับโลกผสมผสานกับชุมชนท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมื่อความคาดหวังของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป ผู้เดินทางจึงหันมาให้ความสำคัญกับความมั่นใจ ความสะดวกสบาย และความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น การร่วมมือกับ ททท. ในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับประสบการณ์การชำระเงินให้ไร้รอยต่อและปลอดภัย พร้อมทั้งสนับสนุนให้กลุ่มผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้เพิ่มมากขึ้น
ชูแคมเปญ Feel So Thai ปั้นย่าน “ทรงวาด” สู่ประสบการณ์จริง
แพลตฟอร์ม Visa Destinations ได้ถูกขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นจริงผ่านการจัดกิจกรรมในพื้นที่ เพื่อเชื่อมต่อนักท่องเที่ยวเข้ากับวัฒนธรรมและชุมชนท้องถิ่น โดยในประเทศไทยได้มีการจัดกิจกรรมสำคัญภายใต้ชื่อ “Feel So Thai” ณ ย่านทรงวาด ซึ่งเป็นย่านประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานคร ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านสถาปัตยกรรม วัฒนธรรมอาหารที่มีชีวิตชีวา และเป็นชุมชนที่กำลังเติบโต โดยกิจกรรมดังกล่าวได้เชิญสื่อมวลชนและครีเอเตอร์ระดับนานาชาติมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ตรง
ภายใต้ความร่วมมือกับร้านค้าในท้องถิ่น แพลตฟอร์มดังกล่าวยังช่วยส่งเสริมให้เกิดการขยายจุดรับชำระเงินดิจิทัลในย่านทรงวาด ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้จ่ายได้อย่างสะดวกและมีความมั่นใจยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าถึงฐานลูกค้านักท่องเที่ยวนานาชาติ และเข้ามามีส่วนร่วมในระบบนิเวศการท่องเที่ยวขาเข้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สรุปสิทธิประโยชน์ที่นักท่องเที่ยวจะได้รับจาก Visa Destinations:
- การเดินทางที่ราบรื่น: ประสบการณ์การเดินทางมาถึงและการสัญจรที่คล่องตัว ผ่านระบบการชำระเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
- ความสะดวกในการใช้จ่าย: ครอบคลุมตั้งแต่ค่าเดินทาง บริการต่างๆ ไปจนถึงหมวดอาหารและการช้อปปิ้งในทุกจุดหมายปลายทาง
- การเข้าถึงประสบการณ์เฉพาะถิ่น: มีการคัดสรรประสบการณ์อย่างพิถีพิถัน ช่วยให้นักท่องเที่ยวค้นพบวัฒนธรรมและสัมผัสชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเป็นกันเอง
- ความมั่นใจตลอดทริป: มอบประสบการณ์การชำระเงินที่เชื่อถือได้และพร้อมรองรับในทุกช่วงเวลาของการท่องเที่ยว
- การเชื่อมต่อกับชุมชน: สร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับสถานที่ ผู้คน และธุรกิจท้องถิ่น ที่เหนือไปกว่ากิจกรรมการท่องเที่ยวกระแสหลัก
ประโยชน์ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ไร้รอยต่อและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ พร้อมทั้งตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางที่พร้อมมอบคุณค่าทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งจะยังคงส่งผลดีอย่างต่อเนื่องแม้วันที่การเดินทางท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม

