
คปภ. ชู 4 เสาหลัก ดันประกันภัยสู่ National Risk Buffer
สำนักงาน คปภ. เปิดเวที InsurTech Summit 2026 ดึงเครือข่ายพันธมิตรเทคโนโลยีและภาคธุรกิจร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยไทย ชูเป้าหมายยกระดับระบบประกันภัยสู่การเป็น "National Risk Buffer" หรือกลไกหลักในการรองรับความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมเดินหน้า 4 เสาหลัก ผสาน AI ข้อมูล และนวัตกรรมสุขภาพ เพื่อเสริมเสถียรภาพและขยายการเข้าถึงความคุ้มครองของประชาชนอย่างยั่งยืน
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยในงานสัมมนาวิชาการ InsurTech Summit 2026 ว่า คปภ. โดย Center of InsurTech Thailand (CIT) ได้จัดเวทีเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล ภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการเทคโนโลยี ภายใต้แนวคิด “Intelligent. Resilient. Beyond Boundaries – Where Insurance Meets Life and Trust” ณ C asean Ratchada อาคาร CW Tower
โดยมุ่งเป้ายกระดับบทบาทของระบบประกันภัย จากเดิมที่เป็นเพียงเครื่องมือคุ้มครองความเสี่ยงรายบุคคลและภาคธุรกิจ สู่การเป็น “National Risk Buffer” หรือกลไกสำคัญในการรองรับความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อรับมือกับความท้าทายจากภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ความเสี่ยงด้านสุขภาพ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้ไปถึงเป้าหมายดังกล่าว จำเป็นต้องบูรณาการ 4 เสาหลัก (4 Pillars) ไปพร้อมกัน ได้แก่ 1. การเสริมสร้างเสถียรภาพและความร่วมมือของระบบนิเวศ (Stability & Ecosystem Synergy) 2. การนำเทคโนโลยี AI และข้อมูลมาเพิ่มประสิทธิภาพและโอกาสการเข้าถึงบริการ (Technology & Data-Driven for Inclusion) 3. การรับมือความเสี่ยงด้านสุขภาพ (Resilience & Healthspan) เพื่อการดูแลเชิงป้องกัน และ 4. การพัฒนาทักษะบุคลากร (Human Skill) ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล
ภายในงานมีกิจกรรมไฮไลต์คือ Demo Showcase “7 นวัตกรรม 7 เวทีสาธิต” จากองค์กรชั้นนำที่นำโซลูชันมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจประกันภัย นำโดยบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่าง บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ที่นำเสนอแนวทางการเชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพตั้งแต่การป้องกันจนถึงการดูแลระยะยาว และ บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ซึ่งนำเสนอโซลูชันด้าน Digital Transformation การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
นอกจากนี้ ยังมีองค์กรเทคโนโลยีร่วมนำเสนอนวัตกรรม ได้แก่ บริษัท ไอบอทน้อย จำกัด นำเสนอเทคโนโลยี Enterprise AI และผู้ช่วยอัจฉริยะ, บริษัท เมก้า วิซ จำกัด เสนอการใช้ Health AI สนับสนุนการพิจารณารับประกัน, บริษัท แอพแมน จำกัด เสนอโซลูชัน Digital Customer Experience, บริษัท พีเอ็กซ์ พร็อพเพอร์ตี้เอ็กซ์เพิร์ท (ไทยแลนด์) จำกัด เสนอการใช้ AI บริหารความเสียหายต่อทรัพย์สิน และ บริษัท นีโอโซ จำกัด นำเสนอเทคโนโลยี Data Platform และ Automation
ขณะเดียวกัน งานนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรระดับโลกอย่าง Amazon Web Services (AWS) Thailand ที่เข้ามาร่วมขับเคลื่อนเครือข่าย “Connect Beyond the Sessions” โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงข้อมูลและระบบคลาวด์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการสร้างความยืดหยุ่นให้กับอุตสาหกรรม รวมถึงมีการจัดนิทรรศการจากบริษัทนวัตกรรมกว่า 25 บูธ ครอบคลุม AI, Data, Digital Transformation, HealthTech และ FinTech เพื่อเสริมสร้างเครือข่าย Insurance Ecosystem ของไทยให้แข็งแกร่งและแข่งขันได้ในระดับสากล

