“ฟินันเซีย” เชียร์ “ซื้อ” JWD ชูผลงาน Q2 เด่น อัพกำไรปี 64-65 พ่วงเป้าใหม่ 18 บ.

“บล.ฟินันเซีย” เชียร์ “ซื้อ” JWD มองผลงานไตรมาส 2/64 โตเด่น พร้อมอัพกำไรปี 64-65 พ่วงเป้าใหม่ 18 บ.


บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ ปรับคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD โดยมองว่า ในช่วงไตรมาส 2/64 นั้น แม้ว่าจะเป็น Low season เพราะมีจำนวนวันทำงานน้อยกว่าไตรมาสอื่นๆ แต่ปีนี้จะแตกต่างออกไปเพราะ JWD มีการรวมกิจการของ VNS Transport (ซื้อ 100.0%) เข้ามาตั้งแต่เดือน พ.ค. 2564

โดย VNS ดำเนินธุรกิจขนส่งชิ้นส่วนรถยนต์ (Milk run) เข้าไลน์การผลิต มีรถหัวลาก รถลากรวม 115 ชุด มีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้ว มีรายได้ต่อปีราว 400 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิราว 8 10% และซื้อหุ้น EMLOG เพิ่มอีก 10% เป็น 60% ตั้งแต่ พ.ค.2564 จึงจะรวมงบการเงินของ EMOLG ซึ่งดำเนินธุรกิจ Logistics ในกัมพูชาเข้ามาในไตรมาส 2/64 สำหรับในปี 2563 EMLOG มีรายได้ 187 ล้านบาทและมีอัตรากาไรขั้นต้นราว 28%

นอกจากนี้ JWD ยังได้ขายขายคลังสินค้าที่นวนครเข้ากอง AIMIRT มูลค่า 123 ล้านบาท คาดว่าจะมีกำไรจากการขายสินทรัพย์ไม่เกิน 10 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจปัจจุบันของ JWD ยังมีทิศทางที่สดใสโดยเฉพาะในกลุ่ม Auto กลุ่มห้องเย็นและคลังสินค้า ธุรกิจ Self storage ที่รายได้เดินหน้าทำนิวไฮต่อเนื่องหลังจากเริ่มให้บริการ Wine Bank ซึ่งมีผู้เช่าแล้ว 50% หลังจากเปิดให้บริการไม่นาน ธุรกิจ Barge ที่ปริมาณตู้ที่ให้บริการเกิน 15,000 ตู้ต่อเดือนไปแล้ว

ทั้งนี้ คาดรายได้เดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องที่ 1,119.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% จากไตรมาสก่อน, เพิ่มขึ้น 28.2% จากปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นคาดทยอยเพิ่มขึ้นเป็น 26.3% จาก 25.7% ในไตรมาส 1/64 จากการใช้กำลังการผลิตมากขึ้นในหลายธุรกิจ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีแนวโน้มสูงขึ้นเป็นพิเศษชั่วคราวจากค่าธรรมเนียมในการซื้อกิจการ ทั้งหมดนี้จึงคาดกำไรปกติ 97.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% จากไตรมาสก่อน, เพิ่มขึ้น 101.7% จากปีก่อน

ด้านผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ 1 หมื่นล้านบาทและอัตรากำไรสุทธิ 15% ภายใน 5 ปีหน้าหน้า การเติบโตจะมาจาก Organic (ราว 5 พันล้านบาท) และ Inorganic (ราว 3 พันล้านบาท) การซื้อ VNS Transport ในไตรมาส 2/64 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการขยายธุรกิจ Transport ของกลุ่มบริษัทเพื่อเตรียมตัวนำ JWD Transport เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งคาดว่าจะเป็นไตรมาส 4/65 หรืออย่างช้าในปี 2566

นอกจากนี้ บริษัทยังมีโอกาสในการทำ M&A ในธุรกิจที่สามารถต่อยอดการเติบโตของบริษัท ขณะที่ธุรกิจในต่างประเทศที่บริษัทเน้นได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่ตลาด Logistic เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเวียดนามที่ JWD ถือหุ้น 25% ใน Transimex อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม การซื้อกิจการ VNS และเพิ่มสัดส่วนใน EMLOG ทำให้คาดว่า JWD จะมีกำไรส่วนเพิ่มปีละประมาณ 40 – 50 ล้านบาท อิงอัตรากำไรสุทธิ 8 – 10% ของทั้งสองบริษัท ทำให้ปรับประมาณการกำไรปี 2564 ขึ้น 3% ปี 2565-66 ขึ้นปีละ 7% ทำให้กำไรเติบโตเฉลี่ย 26.3% CAGR ในช่วง 3 ปีข้างหน้า (2565-66) สูงกว่าเดิมที่คาดโต 23.6% CAGR ปรับราคาเป้าหมายปี 2564 ขึ้นเป็น 18 บาท (DCF, WACC 8.0%, LT Growth 3.6%) ยังไม่รวมธุรกิจที่ร่วมทุนกับ ORI เตรียมให้บริการคลังสินค้า ราคาเป้าหมายใหม่คิดเป็น EV/EBITDA 17.3 เท่า PE 43.2 เท่า หรือ PEG 0.6 เท่าในปีนี้ ยังคงชอบและแนะนำ “ซื้อ”

Back to top button