SCBS จัดทัพ 5 หุ้นเด่นไตรมาส 3 ฉายแววกำไรแกร่ง! ปักเป้า SET ปี 65 ระดับ 1,600 จุด

"บล.ไทยพาณิชย์" แนะจับตาสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ-การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ไตรมาส 3/64  แนะนำหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานเฉพาะตัวเป็นแรงขับเคลื่อนกำไร CRC, GPSC, PM, RJH และ SFT ประเมินดัชนี SET ปี 2565 ระดับ 1,600 จุด


นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) กล่าวว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจมหภาคกำลังจะเปลี่ยนไป หลังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเร็วกว่าคาดในช่วงที่ผ่านมา นำโดย สหรัฐฯ และ จีน โดยคาดว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯและจีนในไตรมาสที่ 3/64 จะเริ่มชะลอตัวลง รวมถึงนโยบายเศรษฐกิจทั้งด้านการเงินและการคลังจะเริ่มตึงตัวขึ้น เช่น การชะลอการอัดฉีดสภาพคล่อง และ การปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯ เป็นต้น ซึ่งเป็นนโยบายที่ตรงข้ามกับในช่วงปี 2563

ด้านกลุ่มประเทศในยุโรปถือว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวได้ดี โดยข้อมูลกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายๆ ตัวกำลังฟื้นตัวไปที่ระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤติ covid-19 ซึ่งถือว่ามีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2564

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนายังคงฟื้นตัวช้า เนื่องจากอัตราการได้รับวัคซีนยังคงต่ำทำให้ไม่สามารถควบคุมการระบาดของ covid-19 ได้ รวมถึง กำลังเผชิญกับความเสี่ยงการระบาดของ covid-19 สายพันธุ์ใหม่

ขณะที่ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ต้องจับตาในช่วงไตรมาสที่ 3/64 นอกเหนือจากการระบาดรอบใหม่ของ covid-19 แล้ว คือ อัตราเงินเฟ้อ ซึ่งมีการปรับตัวขึ้นแรงในไตรมาสที่ 2/64 โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าเป็นเหตุการณ์ชั่วคราวและจะเริ่มชะลอตัวลงในครึ่งหลังของปี 2564 ดังนั้น หากอัตราเงินเฟ้อไม่มีสัญญาณชะลอตัวตามคาด จะกลับกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่จะกดดันบรรยากาศการลงทุน เนื่องจากจะทำให้ตลาดมีความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะต้องมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทย การระบาดระลอก 3 ของ covid-19 ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างมากในช่วงไตรมาสที่ 2/64 ซึ่งถือว่าต่อเนื่องจากการระบาดรอบที่ 2 ในช่วงปลายปี 2563 ทั้งนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยด้านการบริโภคถือว่าช่วยลดผลกระทบจากมาตรการคุมเข้มได้บ้าง แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย คือ การฉีดวัคซีน ให้ได้ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจภายในประเทศและการท่องเที่ยวฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ในไตรมาส 4 ล่าสุดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ในปี 2564 ไว้ที่ระดับ 2%

โดยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยไตรมาสที่ 3/64 การที่ SET Index ฟื้นตัวมาถึงระดับก่อนเกิดวิกฤติ covid-19 แล้ว แม้ว่าวิกฤติ covid-19 ยังไม่จบ บ่งชี้ว่า ราคาหุ้นได้สะท้อนความหวังของนักลงทุนไปมากแล้ว  ทำให้ประเมินว่าวัฏจักรตลาดหุ้นไทยกำลังจะเปลี่ยนผ่านจาก Hope phase (ช่วงเวลาที่ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วย valuation)  สู่ Growth phase (ช่วงเวลาที่ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยการเติบโตตามปัจจัยพื้นฐาน)

ดังนั้น นักลงทุนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น โดยเราประเมินว่า หุ้นเชิงรับจะปรับตัว outperform ตลาด เพราะมี ความชัดเจนของกำไรที่สูงกว่าและมีความผันผวนที่ต่ำกว่ากลุ่มหุ้นวัฏจักร เป้าหมาย SET index ปี 2565 ที่อิงกับปัจจัยพื้นฐานอยู่ที่ 1,600 จุด สอดคล้องกับมุมมองของบล.ไทยพาณิชย์ ที่คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2565 จะฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนโควิด-19 ระบาด

สำหรับกลยุทธ์หลักในการสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดในครึ่งปีหลังปี 2564 คือ การเปลี่ยนกลุ่มเล่นและเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและ valuation สมเหตุสมผล โดยเชื่อว่าหุ้นวัฏจักรน่าจะสะท้อนการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งไปเรียบร้อยแล้ว และแนะนำให้มองหาโอกาสเข้าซื้อหุ้นเชิงรับที่มีการประเมินมูลค่าที่น่าสนใจโดยจุดเข้าซื้อที่สำคัญอยู่ที่ 1,500-1,550 จุด

โดยหุ้นเด่นไตรมาสที่ 3/64  แนะนำ หุ้นขนาดเล็กและหุ้นเชิงรับที่มีปัจจัยพื้นฐานเฉพาะตัวเป็นแรงขับเคลื่อนกำไร มี valuation ที่สมเหตุสมผล และพึ่งพาแรงส่งทางเศรษฐกิจมหภาคน้อยมากในการผลักดันให้มีผลตอบแทนสูงกว่าตลาด หุ้นแนะนำคือ CRC, GPSC, PM, RJH และ SFT

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC คาด SSSG ตั้งแต่ต้นไตรมาส 2 จนถึงปัจจุบัน เติบโต 30% เมื่อเทียบจากปีก่อน จากฐานต่ำของปีก่อน และเติบโตเล็กน้อยในช่วงครึ่งหลังของเดือนพ.ค.2564 จากฐานปกติหลังสาขาต่างๆ เริ่มกลับมาเปิดให้บริการซึ่งยืนยันการผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ขณะที่ในครึ่งปีหลังปี 2564 จะได้อานิสงส์จากโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้โดยเฉพาะธุรกิจแฟชั่นและธุรกิจฮาร์ดไลน์ในประเทศไทย

บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC กำไรไตรมาส 2/2564 จะปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน  จากการหยุดซ่อมบำรุงลดลง ต้นทุนก๊าซลดลง และการดำเนินงานเต็มไตรมาสของโรงไฟฟ้า GE เฟส 5 ขณะที่การระบาดของโควิด-19 รอบนี้กระทบต่ออุปสงค์จากภาคอุตสาหกรรมน้อยกว่าปีก่อน

บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PM คาดกำไรไตรมาส 2/2564 ลดลงเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน ตามฤดูกาล แต่เติบโตเมื่อเทียบจากปีก่อน จากการที่บริษัทและคู่ค้ามีแผนออกสินค้าใหม่สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการขยายตัวแทนและศูนย์การกระจายสินค้าพร้อมทั้งเพิ่มช่องทางจำหน่ายออนไลน์

บริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ RJH คาดกำไรไตรมาส 2/2564 โตเด่นเมื่อเทียบจากปีก่อน จากรับรู้รายได้บริการตรวจโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง (Net Cash 66 ล้านบาท) อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard โดยปัจจุบันซื้อขายด้วยอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (PER) ล่วงหน้าปี 2564 และ 2565 ที่ 22.7 เท่า และ 21 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 52.0 เท่า และ 35.4 เท่า ตามลำดับ

บริษัท ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  หรือ SFT คาดกำไรไตรมาส 2/2564 ถึงไตรมาส 4/2564 นิวไฮต่อเนื่อง หนุนจากอุปสงค์เติบโตในลูกค้าทุกกลุ่ม และกำลังการผลิตใหม่ที่เริ่มผลิตตั้งแต่เดือนมิถุนายน

Back to top button