SSP เพิ่มทุน PP ขาย “หมอพงศ์ศักดิ์-ยูโอบี เคย์เฮียนฯ” ลุยขยายพอร์ตโรงไฟฟ้า

บอร์ด SSP ไฟเขียวเพิ่มทุน PP ขาย “หมอพงศ์ศักดิ์-ยูโอบี เคย์เฮียนฯ” รวม 50 ล้านหุ้น ราคา 12.10 บ. รองรับแผนขยายพอร์ตโรงไฟฟ้า ผลักดันปี 67 กำลังผลิตรวม 400MW


บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) หรือ SSP ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2564 มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทจํานวน 317 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจํานวน 1,369,170,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจํานวน 1,369,169,683 บาท โดยการตัดหุ้นสามัญจดทะเบียนที่ยังมิได้ออกจําหน่าย จํานวน 317 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ซึ่งเป็นหุ้นสามัญที่ออกเพื่อรองรับการจ่ายหุ้นปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ โดยไม่ได้ตัดหุ้นสามัญจดทะเบียนที่สํารองไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื ้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ (SSP-W1 และ SSP-W2) และอนุมัติการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ4. ของบริษัทฯ เพื่อให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ

รวมทั้งมีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จํานวน 50,000,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจํานวน 1,369,169,683 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจํานวน 1,419,169,683 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจํานวน 50,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท และอนุมัติการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ4. ของบริษัทฯ เพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ

อีกทั้งมีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ จํานวน ไม่เกิน 50,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ซึ่งจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจํากัด (Private Placement)ซึ่งไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ

โดยจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจํานวนไม่เกิน 30,00,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ในราคาเสนอขาย 12.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 363,000,000 บาท ให้แก่ UOB Kay Hian Private Limited และจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจํานวนไม่เกิน 20,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ในราคาเสนอขาย 12.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 242,000,000 บาท ให้แก่ นายพงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี

ทั้งนี้การออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวเป็นการเสนอขายหุ้นที่คณะกรรมการบริษัทมีมติกําหนดราคา เสนอขายไว้อย่างชัดเจน เพื่อเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณากําหนดราคาเสนอขายไว้อย่างชัดเจน ในราคา 12.10 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาเสนอขายที่ไม่ตํ่ากว่าร้อยละ 90 ของราคาตลาดตามหลักเกณฑ์ ของประกาศ ทจ. 72/2558 ทั้งนี้ราคาตลาดสําหรับการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ลงทุน คํานวณจากราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นสามัญของบริษัทฯ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ย้อนหลังไม่น้อย กว่า 7 วันทําการติดต่อกันแต่ไม่เกิน 15 วันทําการติดต่อกันก่อนวันที่คณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอต่อ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติการออกและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ให้แก่บุคคลในวงจํากัด (Private Placement) โดยที่ราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นของบริษัทฯที่ คํานวณย้อนหลัง 15 วันทําการติดต่อกัน ระหว่างวันที่15 มิถุนายน 2564 ถึง 5 กรกฎาคม 2564 เท่ากับ 13.3614 บาทต่อหุ้น

นอกจากนี้การออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อย กว่าสามในสี่ของจํานวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน และแม้ว่าบริษัทฯ จะได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้เสนอขายและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ แล้ว บริษัทฯ ยังจะต้องได้รับอนุมัติจากสํานักงานคณะกรรมการ กํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตามที่กําหนดในประกาศทจ. 72/2558 ก่อนการเสนอขายและจัดสรร หุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ด้วย

โดยหากราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจํากัด (Private Placement) ตํ่ากว่าร้อยละ 90 ของราคาตลาดของหุ้นของบริษัทฯ ก่อนที่ตลาดหลักทรัพย์จะสั่งรับหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนบริษัทฯ มีหน้าที่ห้ามมิให้ผู้ลงทุนขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวทั้งหมดภายในระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันที่หุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ เริ่มทําการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Silent Period) โดยภายหลังจากวันที่หุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ดังกล่าวเริ่มทําการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ครบ กําหนดระยะเวลา 6 เดือน ผู้ลงทุนจึงจะสามารถทยอยขายหุ้นที่ถูกสั่งห้ามขายดังกล่าวได้ในจํานวนร้อยละ 25 ของจํานวนหุ้นทั้งหมดที่ถูกสั่งห้ามขาย

ทั้งนี้เนื่องด้วยบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะขยายการลงทุนและพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าจํานวนรวมทั้งสิ้น 400 เมกะวัตต์ภายในปี 2567 ผ่านการเข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ทั้งในรูปแบบการลงทุนพัฒนาโครงการด้วยตัวเอง (Greenfield Project Investment) ตลอดจนการเข้าลงทุนในโครงการที่เปิดดําเนินการแล้ว (Operating Assets) โดยบริษัทฯ มีการเข้าทําการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ รวมถึงพิจารณาข้อเสนอ และเงื่อนไขในการเข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอยู่หลายโครงการ

ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีความประสงค์ที่จะระดมทุน เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสําหรับรองรับการขยายกิจการในอนาคต โดยบริษัทฯ มีแผนที่จะใช้เงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนในครั้งนี้ในการขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งคิดเป็นงบประมาณในการเข้าลงทุนเป็นจํานวนประมาณ 900 -1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากบริษัทฯ ต้องใช้เงินลงทุนเกินกว่าจํานวนเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนในครั้งนี้ บริษัทฯ จะพิจารณาใช้แหล่งเงินทุนอื่น อาทิเช่น การออกและเสนอขายหุ้นกู้ หรือการกู้ยืมเงินทุนจากสถาบันการเงิน ประกอบกับการที่บริษัทฯ พิจารณานักลงทุนที่มีศักยภาพด้านเงินทุน และมีความประสงค์ที่จะเข้าลงทุนในธุรกิจด้านพลังงานหมุนเวียน บริษัทฯ จึงได้เข้าเจรจากับนักลงทุนจนประสบผลสําเร็จในครั้งนี้

Back to top button