โบรกคัด 14 หุ้นเด่น รับ “บาทอ่อน” แถมกลุ่ม “รพ.” กำไรโตแกร่ง!

บล.โนมูระฯ คัด 14 หุ้นเด่น รับอานิสงส์ “บาทอ่อน” รวมถึงหุ้นโรงพยาบาล ที่มีแนวโน้มกำไรเข้าสู่ช่วงเร่งตัว


บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ คาดตลาด “Down” โดยมีแนวต้าน 1,596/1,600 จุด แนวรับ 1,582/1,569 จุด นอกจากนี้ ตลาดได้รับแรงกดดันจากตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วไปรายวันที่ยังคงทำ New High ต่อเนื่อง สะท้อนว่ายังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ขณะที่แผนการจัดหาวัคซีนภาครัฐฯชัดเจนขึ้น แต่แนะติดตาม timeline การฉีดวัคซีนว่าจะเป็นไปตามแผนหรือไม่

โดยกลยุทธ์เบื้องต้นแนะ Selective รายกลุ่ม เน้นอ่อนตัวซื้อ กลุ่ม Earnings กลุ่มส่งออกที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า กลุ่มสื่อสารฯ ที่เป็น Value Play กลุ่มโรงพยาบาลที่กำไรเข้าสู่ช่วงเร่งตัว และกลุ่มเครื่องดื่ม

แนะนำ CHG (Upgrade TP from 3.6 to 4.4)

โดยคาดผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 มีกำไรสุทธิ 363 ล้านบาท (+135% จากปีก่อน +44% จากไตรมาสก่อน) เติบโตสูงทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อน เนื่องจาก 1) คาดรายได้ให้บริการรวมเติบโตสูงจากรายได้เสริมเกี่ยวกับ COVID คาดมีสัดส่วนราว 25% ของรายได้ ไตรมาส 2/64 ประกอบกับการรักษาผู้ป่วยทั่วไปคาดเติบโตจากปีก่อน และจากไตรมาสก่อนตามการใช้บริการของกลุ่มลูกค้าเงินสด และผู้ประกันตนใช้สิทธิเพิ่มขึ้น

2) คาด %Gross margin ดีขึ้นจากปีก่อน และไตรมาสก่อนเป็น 30.2% และ 3) คาดสัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้ลดลงเหลือ 9.5% ทำให้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 และ 2565 ขึ้น +21%/+13% ตามลำดับ รวมทั้งประเมินราคาเป้าหมาย ปี 2565 ใหม่ที่ 4.40 บาท จากเดิม 3.60 บาท

ขณะที่ประเด็น ครม. เห็นชอบให้กระทรวงสาธารณสุข จัดหาวัคซีนไฟเซอร์เป็นวัคซีนหลักที่จะฉีดให้กับประชาชนอีก 1 ยี่ห้อ และมอบให้อธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นผู้ลงนามในสัญญาจำนวน 20 ล้านโดส เพื่อนำเข้าภายในไตรมาส 4/64 หรือในเดือน ต.ค.64 อาจส่งผลกระทบเชิง Sentiment ลบต่อกลุ่ม รพ. เนื่องจากวัคซีนไฟเซอร์เป็นประเภท mRNA เหมือนกับวัคซีนโมเดอร์น่า

อย่างไรก็ตาม มองว่าต้องดูแผนการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ของรัฐบาลอีกครั้ง เนื่องจากวัคซีนไฟเซอร์เป็นวัคซีนที่อยู่ในแผนจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมของรัฐบาล เพื่อนำเข้ามาฉีดให้กับกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นาของ รพ.เอกชน สำหรับให้บริการกลุ่มลูกค้าจ่ายเงินเอง

นอกจากนี้ มองว่าปริมาณวัคซีนโมเดอร์ที่จะทยอยเข้ามาในไตรมาส 4/64 และต้นปี 2565 ยังน้อยกว่าความต้องการวัคซีนของกลุ่มลูกค้า รพ.แต่ละแห่ง คาดไม่เป็น downside ต่อประมาณการกำไรของกลุ่มรพ.ที่ศึกษา

โดยคงแนะนำกลุ่มการแพทย์เลือก พร้อมเลือก BCH (Buy TP22F 33 บาท) และ BDMS (Buy TP22F ที่ 29 บาท) เป็นหุ้นเด่น

ขณะที่หุ้นที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า ทุกๆ 1 บาท บวกต่อเกษตรอาหาร กำไรสุทธิเพิ่ม 3-1% แนะนำ TU, CPF, ASIAN, NER, XO, SAPPE กลุ่มชิ้นส่วนฯ กำไรสุทธิเพิ่ม 3-2% แนะนำ SVI, HANA, KCE กลุ่มนิคม แนะนำ  AMATA กลุ่มวัสดุ แนะนำ EPG +3%

Back to top button