
“ดาวโจนส์” ปิดบวก 875 จุด “นิวไฮ” ฟาก Nasdaq ร่วง เซ่น Broadcom ดิ่ง 13%
ดัชนีดาวโจนส์ พุ่ง 874.86 จุด ทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ S&P 500 ปิดบวก รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มการเงินและสาธารณสุข ส่วน Nasdaq พลิกปิดลบ หลัง Broadcom ร่วงกว่า 12% ฉุดหุ้นชิปและกลุ่ม AI ท่ามกลางแรงหมุนเงินออกจากหุ้นเทคโนโลยี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (4 มิ.ย.69) โดยดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ส่วน Nasdaq ปิดในแดนลบ หลังแรงขายในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีกดดันตลาด แม้นักลงทุนยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวมก็ตาม
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 51,561.93 จุด เพิ่มขึ้น 874.86 จุด หรือ 1.73% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,584.31 จุด เพิ่มขึ้น 30.63 จุด หรือ 0.41% ส่วนดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,830.96 จุด ลดลง 23.02 จุด หรือ 0.09%
ตลาดได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มการเงินและสาธารณสุข โดยหุ้น UnitedHealth พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่หุ้นการเงินขนาดใหญ่หลายแห่งปรับตัวขึ้น หนุนดาวโจนส์ทะยานขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เผชิญแรงขายอย่างหนัก หลัง Broadcom ร่วง 12.59% ภายหลังผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังระดับสูงของตลาดเกี่ยวกับธุรกิจชิป AI ได้ จุดแรงขายในหุ้นชิปเป็นวงกว้างและฉุด Nasdaq ปิดในแดนลบ
การร่วงลงของ Broadcom ยังลุกลามไปยังหุ้นในกลุ่มเดียวกัน อาทิ Micron, AMD และ Qualcomm สะท้อนแรงขายทำกำไรในหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI หลังปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน นักลงทุนเริ่มโยกเงินลงทุนไปยังหุ้นกลุ่มอื่นนอกเหนือจากเทคโนโลยี โดยดัชนี Russell 2000 ซึ่งสะท้อนหุ้นขนาดเล็กของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 1.4% สะท้อนเม็ดเงินที่เริ่มไหลเข้าสู่หุ้นขนาดเล็กมากขึ้น ท่ามกลางการหมุนเงินลงทุน (Sector Rotation) ของนักลงทุน
ด้านราคาน้ำมันปรับตัวลดลง หลังมีสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับการลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนต่อความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับตัวลดลงเกือบ 3% ปิดบริเวณ 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ลดลงราว 2.5% สู่ระดับประมาณ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 225,000 ราย สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวบางส่วน ซึ่งนักลงทุนยังคงติดตามอย่างใกล้ชิดก่อนการประกาศตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร

