GLOCON ปักธงรายได้ปี 65 แตะ 2.7 พันลบ. รับยอดขายอาหารแช่แข็ง-สินค้าผสมกัญชง

GLOCON ปักธงรายได้ปี 65 แตะ 2.7 พันลบ. รับยอดขายอาหารแช่แข็ง-สินค้าผสมกัญชงโต หลังโควิด-19 คลี่คลาย กระตุ้นการบริโภคเพิ่มขึ้น วางแผนขยายตลาดต่างประเทศกลุ่มยุโรป-สหรัฐฯ มั่นใจดันทั้งปี 65 พลิกมีกำไร


นายนพพร ภัทรรุจี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOCON เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2565 เพิ่มขึ้นไปแตะ 2.7 พันล้านบาท หลังจากปีนี้มั่นใจว่ารายได้จะเข้าเป้า 2.08 พันล้านบาท ปัจจัยหนุนหลักที่ยังคงมาจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารแช่แข็งที่ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ตามการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวกลับมา โดยเฉพาะช่วงหลังจากคลายมาตรการล็อกดาวน์บางส่วน และสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลายลงได้บ้างแล้ว ขณะที่บริษัทเตรียมขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มเติมในกลุ่มประเทศยุโรป และสหรัฐฯ ที่จะเข้ามาเป็นโอกาสผลักดันยอดขายต่างประเทศให้เพิ่มขึ้น

โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการขายอาหารแช่แข็งมาจากกลุ่มลูกค้าในประเทศ 90% และต่างประเทศ 10% ด้านธุรกิจบรรุภัณฑ์ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีต่อเนื่องในปี 2565 จากความต้องการของผู้ประกอบการต่างๆ ที่ยังสูงขึ้นมาต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการอาหาร และกลุ่มผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าอื่นๆ โดยเฉพาะจากบริการเดลิเวอรี่ได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการให้ความสำคัญ ซึ่งขณะนี้ยังมียอดออเดอร์ (คำสั่งซื้อ) เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ในปี 2565 บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำมันเมล็ดกัญชง โดยจะเริ่มวางจำหน่ายครั้งแรกในไตรมาส 4/64 แต่จะเห็นภาพรายได้ชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป โดยบริษัทมีแผนจะออกผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดังกล่าวมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างทางเลือกให้กับลูกค้าที่สนใจ และเป็นการเพิ่มความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์ รวมถึงอาจจะนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายเสริมด้วย เพื่อสร้างรายได้ที่เพิ่มเข้ามา

ส่วนธุรกิจร้านอาหารภายใต้แบรนด์ A&W และ Kitchen Plus คาดว่าในปีหน้าจะเริ่มกลับมาสร้างกำไรให้กับบริษัทได้ หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมาทำให้ธุรกิจร้านอาหารได้รับผลกระทบอย่างมาก แต่หลังจากผ่อนคลายล็อกดาวน์มากขึ้น ทำให้กลับมาเปิดให้บริการนั่งกินในร้านได้ ควบคู่ไปกับการบริการเดลิเวอรี่

ประกอบกับร้าน A&W จะมีการทยอยปรับลดสาขาใหญ่ลงให้เหลือ 14 สาขาในสิ้นปี 2564 จากปัจจุบันอยู่ที่ 24 สาขา เพื่อลดค่าใช้จ่ายของร้านลง โดยบริษัทจะหันมาเปิดร้านที่มีขนาดเล็กลง เน้นบริการซื้อกลับบ้านและเดลิเวอรี่มากขึ้น ซึ่งร้านสาขาในรูปแบบ A&W Express และ A&W Food Truck ซึ่งใช้เงินลงทุนที่น้อยกว่าการเปิดสาขาใหญ่มาก และมียอดขายที่ดี สามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลา 7 เดือน ทำให้ภาพรวมธุรกิจร้าน A&W มีความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้น

ด้านร้าน Kitchen Plus จะมีการเพิ่มการขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเข้าไปเสริมในร้านค้าพันธมิตรต่างๆ ซึ่งเป็นจุดแข็งของร้าน Kitchen Plus ที่เน้นอาหารเชิงสุขภาพ ซึ่งจะเข้ามาเสริมการเพิ่มรายได้ให้ในปีหน้า

ทั้งนี้นายนพพร กล่าวอีกว่า บริษัทมองว่าการพลิกกลับมามีกำไรในปี 2565 จะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น เพราะในปี 2564 ในช่วงไตรมาส 3/64 ยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารที่มีแรงกดดันเข้ามามาก ทำให้ยังไม่แน่นอนว่าในปี 2564 จะสามารถเห็นการกลับมามีกำไรได้แน่นอนหรือไม่ แต่คาดว่าปี 2565 จะเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนทั้งหมดหลังจากโควิด-19 คลี่คลายลงไปอย่างมากแล้ว

Back to top button