สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 6 ม.ค. 2565

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 6 ม.ค. 2565


ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (6 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยความกังวลดังกล่าวได้ฉุดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มธนาคารซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องพึ่งพาผลกำไรจากอัตราดอกเบี้ย ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นหลังจากราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นทะลุระดับ 80 ดอลลาร์

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 36,236.47 จุด ลดลง 170.64 จุด หรือ -0.47%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,696.05 จุด ลดลง 4.53 จุด หรือ -0.10% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,080.86 จุด ลดลง 19.31 จุด หรือ -0.13%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดี (6 ม.ค.) นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากการเปิดเผยรายงานการประชุมเดือนธ.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ 488.16 จุด ลดลง 6.19 จุด หรือ -1.25%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,249.66 จุด ลดลง 126.71 จุด หรือ -1.72%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 16,052.03 จุด ลดลง  219.72 จุด หรือ -1.35% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,450.37 จุด ลดลง  66.50 จุด หรือ -0.88%

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันพฤหัสบดี (6 ม.ค.) โดยปรับตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก หลังจากรายงานการประชุมเดือนธ.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดกั้นอัตราเงินเฟ้อที่ระดับสูง

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,450.37 จุด ลดลง 66.50 จุด หรือ -0.88%

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ในวันพฤหัสบดี (6 ม.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากปัญหาความไม่สงบในคาซัคสถานซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มโอเปกพลัส รวมทั้งรายงานการผลิตน้ำมันที่ลดลงในประเทศลิเบีย

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 1.61 ดอลลาร์ หรือ 2.1% ปิดที่ 79.46 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. 2564

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.19 ดอลลาร์ หรือ 1.5% ปิดที่ 81.99 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. 2564

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักในวันพฤหัสบดี (6 ม.ค.) โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมเดือนธ.ค. ซึ่งระบุว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ และจะเริ่มปรับลดขนาดงบดุล

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ร่วงลง 35.9 ดอลลาร์ หรือ 1.97% ปิดที่ 1,789.2 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 98 เซนต์ หรือ 4.23% ปิดที่ 22.19 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. ร่วงลง 41.2 ดอลลาร์ หรือ 4.11% ปิดที่ 960.7 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 28.70 ดอลลาร์ หรือ 1.5% ปิดที่ 1,873.90 ดอลลาร์/ออนซ์

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (6 ม.ค.) หลังจากรายงานการประชุมเดือนธ.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธ.ค.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์นี้

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.16% แตะที่ 96.3169 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9223 ฟรังก์ จากระดับ 0.9173 ฟรังก์ แต่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 115.93 เยน จากระดับ 116.13 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2728 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2755 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1287 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1312 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3525 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3560 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7165 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7223 ดอลลาร์สหรัฐ

Back to top button