JSP กางโรดแมป JUMP+ ดันรายได้โตเฉลี่ย 15% ต่อปี ทุ่มสื่อออนไลน์-บิลบอร์ด 17 จุดทั่วกรุง

JSP เดินหน้าแผน JUMP+ ระยะ 3 ปี ตั้งเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 15% เร่งสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านสื่อออนไลน์และสื่อนอกบ้านเต็มรูปแบบ พร้อมขึ้นบิลบอร์ด 17 จุดทั่วกรุงเทพฯ


นายสิทธิชัย  แดงประเสริฐ Group CEO บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เปิดเผยว่า ธุรกิจเกี่ยวข้องกับสุขภาพถือเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตได้แม้ภาวะเศรษฐกิจจะเปราะบางโดยเฉพาะในปัจจุบันที่โครงสร้างประชากรก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพในระยะยาว สอดคล้องกับข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ที่ระบุว่า ในปี 2576 จะมีประชากรมีอายุมากกว่า 60 ปี มากกว่า 30% ของประชากรทั้งหมด

ขณะเดียวกัน Euromonitor คาดการเติบโตมูลค่าตลาดยา,อาหารเสริมของไทย เติบโต 6-8% ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า โดยปัจจุบันมูลค่าตลาดยาของไทย ณ ปี 2568  อยู่ที่ 3 แสนล้านบาท ในขณะที่รายได้ของบริษัทปี 2568 ที่ 1,000 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด ไม่ถึง 1% สะท้อนถึงโอกาสการเติบโตที่ยังเปิดกว้างอีกมากในอนาคต

ล่าสุด JSP เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมกำหนดแผนการดำเนินงานระยะ 1-3 ปี โดยตั้งเป้ารายได้รวมในปี 2571 อยู่ที่ 1,540 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี และผลักดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 42% จาก 40% ในปี 2568 ผ่านการยกระดับศักยภาพธุรกิจในทุกกลุ่มธุรกิจ

สำหรับแผนขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงปี 2569-2571 บริษัทวาง 6 ยุทธศาสตร์หลัก ประกอบด้วย

1.ยกระดับแบรนด์ของบริษัท มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “สุภาพโอสถ” เพื่อผลักดันให้เป็นแหล่งรายได้หลักที่มีอัตรากำไรสูง ควบคู่กับการขยายช่องทางจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ล่าสุดบริษัทลุยแผนการตลาด Out of Home Media เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้แบรนด์สุภาพโอสถ โดยมีการประชาสัมพันธ์ผ่านทางป้ายบิลบอร์ด 17 ป้าย อาทิ ทางออกสุวรรณภูมิ และตึกใบหยก เพื่อสร้างการรับรู้ของคนกรุงเทพฯ โดยมีกลุ่มเป้าหมายทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

2.ขยายธุรกิจ OEM อย่างต่อเนื่อง โดยรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมเพิ่มลูกค้าใหม่ผ่านการยกระดับงานวิจัยและพัฒนา มาตรฐานการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและกระจายความเสี่ยงด้านรายได้

3.ขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในประเทศเป้าหมายและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นตลาดที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ จีน อินเดีย เวียดนาม และกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อยกระดับสู่การเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาคในอนาคต

4.ขยายธุรกิจตลอดห่วงโซ่มูลค่า โดยต่อยอดศักยภาพของบริษัทในเครือ ได้แก่ Caresutic , CDIP และ Grace Water Med (GWM) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจสุขภาพครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

5.สร้างการเติบโตผ่านการลงทุนและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจสุขภาพที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์องค์กร เพื่อเข้าถึงตลาดใหม่ เพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

6.ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและบริหารต้นทุน ผ่านการนำระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันและการทำกำไรอย่างยั่งยืน

ด้านนักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงค์ (ประเทศไทย) ระบุถึงแผน Jump+ ของ JSP หากการเติบโตของรายได้ตามการขยายธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ดังที่กล่าวไปก่อนหน้า ส่งผลให้รายได้ปี 69 อยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท ถัดมาในปี 70 อยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท และในปี 71 อยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 15% ต่อปี ขณะที่ GPM ปรับตัวขึ้นจาก 40% เป็น 42% ตามแผนผ่านการประหยัดต่อขนาด และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต จะส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มเป็น 79 ล้านบาท ในปี 71 เทียบกับ 45 ล้านบาท ในปี 68 คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 20% ต่อปี หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) โดยในปี 69 อยู่ที่ 0.11, และในปี 70 อยู่ที่ 0.14 ถัดมาในปี 70 อยู่ที่ 0.17

หากทำการประเมินมูลค่าโดยวิธี P/E ซึ่งค่าเฉลี่ยกลุ่มภาย Phama และอาหารเสริม ในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (EM) ปี 69 อยู่ที่ 18 เท่า ถ้าสัดส่วนรายได้ของบริษัทมีการกระจายในธุรกิจในห่วงโซ่คุณค่าที่สร้าง synergy ได้ ช่วยหนุนการ re-rating ให้กับบริษัท นำไปสู่ P/E ที่สูงขึ้น จากคุณภาพของกระแสเงินสดที่ดีขึ้น

Back to top button