SET รีบาวด์ 18 จุด แรงซื้อกลับหุ้น “บิ๊กแคป-รายตัว” หลังร่วงหนักรับงบสวย

SET รีบาวด์ 18 จุด ตามตปท. รับแรงซื้อกลับหุ้น “บิ๊กแคป-รายตัว” หลังร่วงหนักรับงบสวย แนะจับตาความตึงเครียดรัสเซีย-ยูเครน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย ณ เวลา 10:04 น. อยู่ที่ 1,681.15 จุด เพิ่มขึ้น 18.43 จุด หรือ 1.11% สูงสุดที่ 1,683.03 จุด ต่ำสุดที่ 1,675.24 จุด มูลค่าการซื้อขาย 9.61 พันล้านบาท

นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสรีบาวด์ตามตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาคเช้านี้ โดยได้รับแรงหนุนจากการรีบาวด์ทางเทคนิคของดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐ โดยยังคงต้องรอติดตามท่าทีของสหรัฐที่มีต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างยูเครนและรัสเซียว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป หลังจากรัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารแล้ว

ทั้งนี้พร้อมให้แนวรับไว้ที่ 1,655 จุด และ แนวต้าน 1,670 จุด

ด้านบล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด SET Index มีโอกาสเกิด Technical Rebound หลังทดสอบแนวรับหลัก 1,660+- จุดและเริ่มมีแรงซื้อ โดยกรอบการ Rebound อยู่ที่ 1,675+- จุด โดยมี Sentiment บวกหนุนบ้างจากตลาดหุ้นสหรัฐฯที่พลิกมาบวกแรง อย่างไรก็ตามประเด็นกดดันระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังคงตึงเครียดหลังจากต่อสู้ลุกลาม ขณะที่ชาติตะวันตกคว่ำบัตรรัสเซียเข้มขึ้นซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะถัดไป ส่งผลให้ราคา Commodity ปรับตัวขึ้นแรงและกดดันต้นทุนสำหรับภาคการผลิตและลามไปถึงเงินเฟ้อในอนาคต

นอกจากนี้คาดตลาดจะเริ่มกลับมากังวลการเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยของ FED ในเดือน มี.ค. และมีโอกาสขึ้นทุกๆ การประชุมในปีนี้ ส่วนคืนนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯเดือน ม.ค. ส่วนปัจจัยในประเทศยังมองการเร่งขึ้นของตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ไม่กระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมีนัยยะหากไม่ Lockdown ยังมองหุ้น Value และ Domestic Play โดยเฉพาะกลุ่ม Commodity ต้นน้ำ ธนาคาร ค้าปลีก อสังหาฯ คาดว่ายังเคลื่อนไหวแข็งกว่าตลาด

ขณะเดียวกันบล.เคทีบีเอสที ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (25 ม.ค.2565) ว่า ตลาดน่าจะพุ่งความสนใจไปที่ความคืบหน้าของยูเครน-รัสเซีย การที่รัสเซียเข้าควบคุมหรือจบการต่อสู้ได้เร็วจะทำให้ตลาดดีขึ้น แต่คาดว่าจะไม่มีการ sanction สินค้าน้ำมันและ gas ของรัสเซียอย่างมีนัยยะสำคัญ ความเสี่ยงของตลาดจึงอาจไม่ได้มากอย่างที่คิด โดยมองจังหวะนี้ เข้าทยอยซื้อหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมามากวานนี้ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อาทิน้ำมัน-สินค้าเกษตร-ถ่านหิน-ค่าระวางเรือ ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ แต่ควรพร้อมขายเมื่อความตึงเครียดลดลง

Back to top button