ปรากฏการณ์ “ปริญญ์” สะเทือน ลต. “ผู้ว่าฯ กทม.- ส.ก.” ประชาธิปัตย์

ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาข่าวใหญ่ที่ทุกคนติดตามนั้นคือคดี “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” หลังถูกหญิงสาวแจ้งความดำเนินคดี “อนาจาร-ข่มขืนกระทำชำเรา” แต่ปรากฎการณ์ที่ในข่าวนี้ อาจส่งผลต่อสนามการเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.- ส.ก.” พรรคประชาธิปัตย์ ที่อาจมีทั้งผลดีและผลร้ายจากเรื่องที่เกิดขึ้น


ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจ หรือ คราวเคราะห์ของ “พรรคประชาธิปัตย์” และผู้สมัครเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.ใหม่ถอดด้ามอย่าง “ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” หลังทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ออกมาแฉเรื่องราวของหญิงสาวอายุ 18 ปี ที่ถูก “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์-หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัยพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีดีกรีเป็น ผอ.เลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ ล่อลวงไปกระทำอนาจาร แถมยังมีเหยื่อสาวนับ 10 รายออกมาแฉความคาวของนักการเมืองรายนี้ รวมถึงหนึ่งในผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ  ส.ก.เขตสวนหลวง “แอนนา-หทัยรัตน์ (วิทยพูม) ธนากิจอำนวย” ภรรยาไฮโซลูกนัท ที่ออกมาประกาศว่าเคยถูก นักการเมืองรายนี้ “ข่มขืน” เมื่อปี 2564 จนเจ้าตัวยอมทิ้งสนามเลือกตั้ง แลกกับข้อครหาว่า การออกมาเคลื่อนไหวไม่ได้ “หวังผลทางการเมือง”

คดีฉาวของ “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า ย่อมเกิดแรงสะเทือนในสนามการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั้นเป็นเพราะ “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่ได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในการคุมบังเหียนลุยศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เพื่อป้องกันตำแหน่งที่พรรคประชาธิปัตย์เคยรั้งตำแหน่งพ่อเมือง กทม.มาหลายสมัย หลังต้องเสียแชมป์ ส.ส.ในหลายเขตของ กทม.ให้กับพรรคพลังประชารัฐ และการเลือกตั้ง กทม.รอบนี้ นอกจากพรรคประชาธิปัตย์จะเลือก “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” มานั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการเลือกตั้งที่มีลุคเป็นคนรุ่นใหม่แล้ว ยังตัดสินใจส่งผู้เล่นหน้าใหม่ท้าชิงเก้าอี้ ผู้ว่าฯกทม. นำไปสู่การเปิดตัว “ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” หวังดึงคะแนนจากบรรดาแฟนคลับพรรคประชาธิปัตย์เดิม และคนรุ่นใหม่ที่กำลังเป็น Voter คนสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้

แต่ดูเหมือนสิ่งที่ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ วาดฝันไว้กับการส่งคนรุ่นใหม่ลงชิงชัยสนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. อาจไม่เป็นดั่งฝัน เพราะตั้งแต่การเปิดตัว “ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” กระแสการตอบรับยังไม่ดีเท่าผู้สมัครอิสระที่มีดีกรีเป็นอดีตรัฐมนตรีอย่าง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ซึ่งประกาศตัวพร้อมลงสนามการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยไม่อิงพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นดราม่าเรื่องการศึกษา ปมปัญหาทุจริตสมัยดำรงตำแหน่ง อธิการบดี สจล. ยิ่งมีข่าวลบของ ผอ.เลือกตั้ง กทม. “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” ก็ยิ่งส่งผลต่อคะแนนความนิยมของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาธิปัตย์

เห็นได้จากผลสำรวจของ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล ที่ได้สอบถามความเห็นคนกรุงต่อเรื่อง ปริญญ์เอฟเฟ็กต์เลือกตั้ง กทม. แม้พบว่า ข่าวฉาว “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” ไม่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. และไม่มีนัยสำคัญต่อ “ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” และไม่มีนัยสำคัญต่อ ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.คนอื่นด้วย แต่พบว่า “ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” ยังเป็นรองผู้สมัครอิสระ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” อยู่หลายขุม แม้จะได้คะแนนความนิยมเพิ่มขึ้นมาจากการสำรวจในครั้งแรกก็ตาม แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ข่าวดังกล่าวส่งผลบรรดาคนคุ้นเคยเก่าของพรรคประชาธิปัตย์ หรืออยู่ในฝั่งที่สนับสนุนรัฐบาล ที่ยังไม่คิดจะเลือกใคร ตัดสินใจเทคะแนนให้กับผู้สมัครจากฝั่งเดียวกัน จนทำให้คะแนนความนิยมของ “สกลธี ภัททิยกุล ขึ้นนำเบียด “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” ในการสำรวจครั้งล่าสุด

เมื่อประเมินกระแส และสถานการณ์สนามการเลือกตั้ง กทม. จนถึงช่วงหลังสงกรานต์ ดูเหมือนว่า คนในพรรคประชาธิปัตย์ต่างประเมินว่า ยากมากแล้วที่ “ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” จะพลิกเอาชนะการเลือกตั้งจนได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.ในช่วงเวลาที่เหลืออีกเดือนกว่าก่อนจะถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง 22 พฤษภาคม 2565 ถึงแม้จะมีบางส่วนเชื่อว่า โค้งสุดท้ายสถานการณ์อาจพลิก “ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 2556

ทว่าหากไปดูจากบริบททางการเมืองในปี 2565 แตกต่างกับปี 2556 อย่างมาก เพราะในตอนนั้นในการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.ถือว่า แบ่งเป็น 2 ขั้วชัดเจนว่า คนกรุงจะเลือกใครระหว่าง เพื่อไทย และ ประชาธิปัตย์ ไม่สามารถไปเลือกคนอื่นได้เพราะไม่มีตัวอื่นให้เลือก แต่การเลือกตั้งรอบนี้ สองขั้วทางการเมืองต่างส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม.กันหลายคน และต่างก็ตัดคะแนนกันเอง จนทำให้กระแสของ “ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” จึงไม่แรง เพราะมีผู้สมัครรายอื่นเข้ามาแย่งซีน

ปรากฏการณ์ข่าว “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” ที่ออกมาในช่วงสงกรานต์ และยังเป็นช่วงการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และ  ส.ก. จึงถือเป็นการช่วงเวลาไพรม์ไทม์ในการปล่อยข่าว อย่างพอเหมาะพอเจาะ เพราะเป็นช่วงที่ข่าวทั่วไปมีน้อย และคนมีเวลาสนใจข่าวมากขึ้น ย่อมส่งผลต่อความรู้สึกคนกรุง และการตัดสินใจในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.ทั้ง 50 เขต จนทำให้ความหวังของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะรักษาเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.ที่เคยชนะในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดริบหรี่ลงทุกที

อีกนัยหนึ่งปรากฏการณ์ข่าว “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” อาจเป็นผลดีต่อ“ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” และพรรคประชาธิปัตย์ หากพ่ายศึกเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะบาปกรรมทั้งหมดจะถูกโยนให้ “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” ที่เป็นทั้งอดีตรองหัวหน้าพรรค หัวหน้าทีมเศรษฐกิจสมัยใหม่ และอดีต ผอ.เลือกตั้ง เป็นผู้รับผิดชอบที่ทำให้คนกรุงเปลี่ยนใจ ไม่เลือกผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์

จากนี้ไปคงต้องติดตามกันต่อว่าคดีที่ “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” กำลังเผชิญอยู่จะสามารถเอาตัวรอดพ้นข้อกล่าวหา  อย่างที่เจ้าตัวปฏิเสธได้หรือไม่ เพราะยิ่งนับวันจะมีผู้เสียหายออกมาให้ข้อมูลเพิ่มมากขึ้น ไม่นับรวมคลิปเสียงปริศนาที่คล้ายกับนักการเมืองดังที่สนทนากับหญิงอีกราย ถูกปล่อยออกมายืนยันความเป็นไปได้ว่าคดีนี้ ไม่ใช่การกุเรื่องเพื่อ “หวังผลทางการเมือง” อย่างที่ใครเขาว่ากัน

Back to top button