“ดาวโจนส์” ปิดลบเกือบ 200 จุด กังวลศก.ถดถอย-จับตาเงินเฟ้อสหรัฐวันนี้

“ดาวโจนส์” ปิดลบเกือบ 200 จุด กังวลศก.ถดถอย-จับตาเงินเฟ้อสหรัฐวันนี้ โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,981.33 จุด ลบ 192.51 จุด หรือลดลง 0.62%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (12 ก.ค.) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในวันนี้ และผลประกอบการของธนาคารรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงเจพีมอร์แกน และโกลด์แมน แซคส์

โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,981.33 จุด ลดลง 192.51 จุด หรือ -0.62%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,818.80 จุด ลดลง 35.63 จุด หรือ -0.92% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,264.73 จุด ลดลง 107.87 จุด หรือ -0.95%

ด้านบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับปัจจัยลบจากสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งรวมถึงการที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve เมื่อคืนนี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นดีดตัวเหนือพันธบัตรระยะยาว ซึ่งเป็นการบ่งชี้ถึงแนวโน้มการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตาเปิดเผยแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดซึ่งแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 1.2% ในไตรมาส 2 จากเดิมที่บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มหดตัว 1.9% โดยแม้ว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 2 หดตัวน้อยกว่าไตรมาส 1 ซึ่งหดตัวลง 1.6% แต่การที่เศรษฐกิจหดตัวติดต่อกัน 2 ไตรมาสนั้น ถือว่าเข้าเกณฑ์การเกิดภาวะถดถอยแล้ว

โดยนักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนมิ.ย.ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าดัชนี CPI จะพุ่งขึ้น 8.8% สูงกว่าระดับ 8.6% ของเดือนพ.ค. โดยดัชนี CPI เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค และเป็นหนึ่งในข้อมูลเงินเฟ้อที่เฟดจับตา

ส่วนหุ้นทั้ง 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง 2.03% หลังจากราคาน้ำมัน WTI ทรุดตัวลงเกือบ 8% โดยหุ้นเบเกอร์ ฮิวจ์ ร่วงลง 2.52% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ร่วงลง 2.56% หุ้นโคโนโคฟิลลิปส์ ลดลง 2.45% หุ้นเอ็กซอน โมบิล ลดลง 1.33% หุ้นเชฟรอน ร่วงลง 1.83%

ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง 1.34% โดยหุ้นไมโครซอฟท์ ดิ่งลง 4.1% หุ้นแอมะซอน ร่วงลง 2.26% หุ้นอัลฟาเบท ลดลง 1.43% หุ้นเทสลา ปรับตัวลง 0.54% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ ดิ่งลง 1.63%

อย่างไรก็ดี หุ้นทวิตเตอร์ ดีดตัวขึ้น 4.29% ซึ่งฟื้นตัวหลังจากที่ราคาทรุดลงอย่างหนักก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากข่าวที่ว่า นายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเทสลา อิงค์ ประกาศยกเลิกข้อตกลงซื้อกิจการทวิตเตอร์วงเงิน 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยอ้างว่าทวิตเตอร์ทำผิดเงื่อนไขในข้อตกลง เนื่องจากไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีปลอม

ส่วนหุ้นโบอิ้ง ทะยานขึ้น 7.45% หลังบริษัทเปิดเผยยอดส่งมอบเครื่องบินเดือนมิ.ย.พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2562

นอกจากนี้นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยเจพีมอร์แกน และมอร์แกน สแตนลีย์ จะรายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ในวันที่ 14 ก.ค. ขณะที่ซิตี้กรุ๊ป และเวลส์ ฟาร์โก จะรายงานในวันที่ 15 ก.ค. ส่วนแบงก์ ออฟ อเมริกา และโกลด์แมน แซคส์ จะรายงานในวันที่ 18 ก.ค.

โดยข้อมูลจาก Refinitiv I/B/E/S ระบุว่า กำไรในไตรมาส 2 ของเจพีมอร์แกน เชส มีแนวโน้มลดลง 25% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่กำไรของซิตี้กรุ๊ป อิงค์ลดลง 38%, เวลส์ ฟาร์โกดิ่งลง 42%, แบงก์ ออฟ อเมริการ่วงลง 29%, โกลด์แมน แซคส์ทรุดตัวลง 51% และมอร์แกน สแตนลีย์ลดลง 17%

Back to top button