
YLG ชี้เป้าทองคำปี 69 ทะลุ 5,596 เหรียญ จับตา “เฟด” หั่นดอกเบี้ยหนุน
YLG มองเทรนด์ราคาทองคำยังคงอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นจากปัจจัยหนี้สาธารณะทั่วโลกและกระแส De-dollarization ลุ้นเป้าหมายปลายปี 69 ถึงต้นปี 70 ทะยานแตะ 5,596 - 5,531 เหรียญ จับตาหาก “เฟด” ลดดอกเบี้ยพร้อมพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ แนะนักลงทุนรอจังหวะสะสมที่แนวรับ 4,000 - 3,778 เหรียญ
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นมีแนวโน้มเคลื่อนไหวออกด้านข้าง (Sideway) โดยแม้ว่าสถานการณ์ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาจะอยู่ในลักษณะของการปรับฐาน แต่ราคายังสามารถดีดตัวสลับขึ้นมาได้หลังจากหลุดระดับ 4,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ในระยะเวลาสั้น ๆ ทั้งนี้ เป็นผลมาจากดัชนีวัดความแข็งแกร่งจากแรงซื้อและแรงขาย (RSI) ที่เริ่มเข้าสู่สภาวะขายมากเกินไป (Oversold) ในกรอบเวลาขนาดใหญ่ ส่งผลให้ทิศทางการปรับตัวลง (Downside) เริ่มจำกัดและมีแรงซื้อคืนสลับเข้ามาเป็นระยะ
YLG คาดการณ์ว่า หากการดีดตัวของราคาทองคำไม่สามารถทะลุผ่านระดับ 4,454 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ได้ ราคาจะมีแนวโน้มแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) เกือบตลอดทั้งปีนี้ เพื่อสร้างฐานเหนือแนวรับบริเวณ 4,000 – 3,778 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ซึ่งเป็นลักษณะการพักสะสมแรงที่คล้ายคลึงกับช่วงปี 2021-2022 ภายใต้เงื่อนไขที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คงอัตราดอกเบี้ยในระดับเดิม อย่างไรก็ตาม หาก Fed ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทองคำจะมีแนวรับสำคัญขยับลงมาอยู่ที่บริเวณ 3,593 – 3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์
อย่างไรก็ดี ภาพรวมทิศทางระยะยาวยังคงเป็นขาขึ้น (Uptrend) จากปัจจัยปัญหาหนี้สาธารณะทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความต้องการลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ (De-dollarization) โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยประเมินว่าในช่วงปลายปี 2026 จนถึงต้นปี 2027 หากมีปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุนและราคาสามารถทะลุผ่านแนวต้าน 4,773 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ไปได้ จะมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปสู่ระดับเป้าหมายหลักที่ 5,596 – 5,531 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ในทางกลับกัน หาก Fed พลิกนโยบายกลับมาปรับลดอัตราดอกเบี้ย (Bull Case) ราคาทองคำจะสามารถดีดตัวไปสู่เป้าหมายได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ และมีโอกาสสูงที่จะสร้างสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (New All Time High) ได้อีกครั้ง
ด้านสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง เจพีมอร์แกน (J.P. Morgan) ได้ปรับประมาณการเป้าหมายราคาทองคำในไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 ลงจากเดิม 5,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ มาอยู่ที่ระดับ 5,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ และในไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 ปรับลดจาก 6,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ลงมาอยู่ที่ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ซึ่งแม้จะสะท้อนถึงมุมมองเชิงบวกที่ลดทอนลงเล็กน้อย แต่ยังคงประเมินว่าราคาจะสามารถกลับมาปรับตัวขึ้นได้ในช่วงครึ่งหลังของปี นอกจากนี้ เมื่อมองข้ามไปถึงปี 2027 เจพีมอร์แกน ยังคงคาดการณ์ว่าราคาทองคำจะเดินหน้าต่อไปแตะระดับ 6,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ เนื่องจากภาพใหญ่ของตลาดยังคงอยู่ในสภาวะตลาดกระทิงระยะยาว (Secular Bull Market)
ขณะเดียวกัน ซิตี้กรุ๊ป (Citigroup) ได้ปรับลดเป้าหมายราคาทองคำในระยะ 3 เดือนลงสู่ระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ จากเดิมที่ประเมินไว้ 4,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ โดยอ้างอิงจากความเป็นไปได้ที่ Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ซิตี้กรุ๊ปยังคงเป้าหมายระยะ 6 ถึง 12 เดือนไว้ที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ดังเดิม
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน YLG แนะนำนักลงทุนที่ต้องการลงทุนสะสมในระยะกลางถึงระยะยาว ให้รอจังหวะเข้าซื้อที่แนวรับ 4,000 – 3,778 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ โดยมีแนวรับใหญ่ที่บริเวณ 3,593 – 3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ทั้งนี้ ควรใช้วิธีทยอยเข้าซื้อสะสม หลีกเลี่ยงการทุ่มเงินลงทุนทั้งหมดในคราวเดียว เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น และเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้น ให้พิจารณาแบ่งขายทำกำไรหากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้าน 4,454 – 4,773 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ แต่หากสามารถทะลุผ่านไปได้ ราคาก็จะเปิดอัปไซด์มุ่งหน้าสู่เป้าหมายบริเวณ 5,596 – 5,531 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ตามลำดับ

