เจาะลึก “กาสิโน” ถูกกฎหมาย…ถึงเวลายอมรับ “ความจริง”

จับตาไทยเปิดประตูเสรี! “กาสิโน” ถูกกฎหมาย ยึดถือแนวทางการบริหารจัดการแบบเขตบริหารพิเศษมาเก๊า ประเทศจีน เตรียมเข้าสภาฯ 12 ม.ค.นี้


สถานบันเทิงแบบครบวงจร หรือที่หลายคนเรียกว่า “เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์” กำลังจะเป็น “เผือกร้อน” ของฝ่ายนิติบัญญัติ หลังจากที่คณะกรรมาธิการ หรือ กมธ.  วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบ วงจร การจัดเก็บรายได้ และภาษีจากธุรกิจกาสิโนถูกกฎหมาย และมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาบ่อนการพนัน ผิดกฎหมายที่สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2564 เตรียมเสนอชุดข้อมูลที่ได้ทำการศึกษาถึงความเป็นไปได้กับการดำเนินธุรกิจลักษณะนี้ในประเทศไทย

แนวทางที่ กมธ.ชุดดังกล่าวได้ข้อสรุปที่เห็นควรให้จัดตั้ง “กาสิโน” ถูกกฎหมายในรูปแบบสถานบันเทิงแบบครบวงจร ซึ่งจะมีทั้งโรงแรม 5 ดาว ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ สถานเสริมความงาม สปา สวนสนุก สวนสัตว์ สนามกีฬาในร่มและกลางแจ้ง โดยให้มีบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายอยู่ในพื้นที่ร้อยละ 5 ของสถานบันเทิงแบบครบวงจร อำนาจการบริหารจัดการจะเป็นสิทธิเด็ดขาดของคณะกรรมการที่มี “นายกรัฐมนตรี” เป็นประธาน ซึ่งการลงทุนนี้ควรที่ขนาดใหญ่กว่าสิงคโปร์ และเป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน ยึดถือแนวทางการบริหารจัดการแบบเขตบริหารพิเศษมาเก๊า ประเทศจีน

สำหรับพื้นที่การก่อสร้างนั้นก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยมีการเล็งไว้ 3 พื้นที่สำคัญ คือ  1.กรุงเทพมหานคร และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี อยู่ในรัศมีไม่เกิน 100 กิโลเมตร จากท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา  2.จังหวัดท่องเที่ยวหลัก 22 จังหวัด และ 3.จังหวัดชายแดนที่มีพื้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ที่สำคัญหากเป็นภาคใต้ควรสร้างที่ จังหวัดภูเก็ต, จังหวัดพังงา, จังหวัดกระบี่   ขณะที่ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดเชียงราย, จังหวัดพะเยา ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานี, จังหวัดขอนแก่น, จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดหนองคาย

ความน่าสนใจในชุดข้อมูลที่ กมธ.ชุดดังกล่าวเสนอให้ “กาสิโน” ถูกกฎหมายนั้น จะแตกต่าง “กาสิโน” ที่ใครหลายคนรู้จัก เพราะจะมีการเล่นพนันทั้ง พนันรูปแบบออฟไลน์ และออนไลน์  โดยในส่วนพนันออนไลน์นั้นได้เสนอให้มีการพนัน 8 รูปแบบ ได้แก่  1) กาสิโนออนไลน์ที่เป็นเกมพนันรูปแบบต่างๆ   (2) การพนันที่ใช้การขึ้นลงของตลาดหุ้น สกุลเงิน   (3) พนันกีฬาออนไลน์ เช่น กีฬาสากล กีฬาพื้นบ้าน แข่งม้า  (4) การพนันอิงเหตุการณ์จริง เช่น ผลการเลือกตั้ง   (5) บิงโกออนไลน์  (6) การเสี่ยงโชคออนไลน์ ผลการออกสลากกินแบ่งทั้งไทยและต่างประเทศ  (7) เว็บไซต์เกมที่ต้องใช้ทักษะ เช่น เกมต่อสู้ออนไลน์ อี-สปอร์ต  และ (8) เว็บไซต์เพื่อการฝึกฝน เช่น เกมบักคารา เกมม้าแข่งใช้เหรียญของเกม โทเคน แทงพนัน อาจต้องเติมเงิน หรือให้ฟรี เมื่อมีความชำนาญจึงไปเล่นกาสิโนออนไลน์ต่อไป

ส่วนข้อเป็นห่วงว่า “กาสิโน” ถูกกฎหมายจะเป็นการมอมเมาประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่อาจเข้าไปใช้บริการนั้น ข้อเสนอของ กมธ.ได้มีมุมมองว่า ต้องมีกฎหมายเฉพาะอย่างร่างพ.ร.บ.อนุญาตให้การพนันออนไลน์ หรือธุรกิจเกมมิ่ง เพื่อดำเนินการได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และ ให้กระทรวงมหาดไทย แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 บังคับใช้ครอบคลุมถึงการควบคุมพนันออนไลน์ วางบทกำหนดโทษที่เหมาะสม ที่สำคัญจะต้องมีกำหนดอัตราการจัดเก็บรายได้และภาษีด้วย

สำหรับเงื่อนไขการเข้าใช้บริการ “กาสิโน” ถูกกฎหมาย จะเปิดให้ทั้งชาวต่างประเทศและคนไทยเข้าใช้บริการได้ โดยคนไทยจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน มีอายุ 21 ปีขึ้นไป อีกทั้งต้องแสดงสถานะการเงินย้อนหลัง 6 เดือน มีเงินหมุนเวียนในบัญชีไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท และจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการเข้าไปใช้บริการ ตลอดจนต้องนำเงินที่เล่นได้จากกาสิโนไปคำนวณเป็นรายได้ เพื่อยื่นเสียภาษีประจำปีด้วย

ทั้งนี้การศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการสร้างสถานบันเทิงแบบครบวงจรที่ผ่านมา พบว่ามีความคิดเห็นที่หลากหลายกต่างมุม ซึ่งหากมองในมุมเศรษฐกิจแล้ว  นายเกียรติ   สิทธีอมร  ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตประธานผู้แทนการค้าไทย มองว่า เป็นโอกาสที่ดีที่มีการศึกษาเรื่องนี้เพราะจะช่วยให้ประเทศไทยเข้าใจถึงผลดี ผลเสีย และความพร้อมที่จะจัดตั้งว่าเหมาะสมหรือไม่จากทุกภาคส่วน  และมีหลายฝ่ายที่เห็นว่าจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น จัดเก็บภาษีได้มากขึ้น ภาษีที่จัดเก็บได้รัฐสามารถนำไปช่วยคนชรา ไปสนับสนุนด้านสาธารณสุข ก็ถือเป็นหลักการที่ดี แต่มีคำถามที่สำคัญคือความมั่งคั่งดังกล่าวจะไปถึงประชาชนได้จริงหรือไม่และที่บอกว่าจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นนั้นแท้จริงแล้วดีขึ้นสำหรับใครหรือดีเฉพาะคนบางกลุ่มเท่านั้นนี่คือคำถามที่ต้องตอบให้ได้

อย่างไรดีจากผลสำรวนจล่าสุด ที่กรรมาธิการได้จัดทำขึ้นเพื่อสำรวจความคิดเห็นประชาชน จากวิทยาลัยการเมือง การปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พบว่า ประชาชน 80.67% สนับสนุนให้เปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรในประเทศไทย และ36.38% สนับสนุนให้มีกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย โดย 56.13%เห็นว่ากทม.และจังหวัดอีอีซีเป็นพื้นที่เหมาะสมที่สุดสร้างสถานบันเทิงครบวงจร

จากนี้จึงต้องติดตามว่ากฎหมายฉบับจะเดินหน้าต่อได้หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งต้องยอมรับว่า แม้ประเทศไทยจะเป็นเมืองพุทธ แต่ก็มีคนไทยไม่น้อยที่หวังรวยทางลัด ด้วยการเสี่ยงโชคผ่านการพนันผิดกฎหมายในรูปแบบต่างๆ ยังไม่นับรวมการเดินทางไปยังชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อไปใช้บริการ “กาสิโน” ในลักษณะนี้ ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่ต้องยอมรับความจริงหรือไม่ และนำเม็ดเงิน “ใต้ดิน” มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท มาอยู่ “บนดิน” ให้ถูกต้อง เพื่อนำใช้เป็นเงินทุนในการพัฒนาประเทศต่อไป

 

Back to top button