IFA ชี้ STELLA ขาย Legend Siam 2.45 พันลบ. สมเหตุสมผล ช่วยปลดหนี้ CNI 1.5 พันล้านบาท

IFA มองดีล STELLA ขายโครงการ Legend Siam มูลค่า 2.45 พันล้านบาทมีความสมเหตุสมผล ช่วยหาเงินชำระหนี้ CNI 1.5 พันล้านบาท ลดความเสี่ยงถูกบังคับคดี พร้อมปรับฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น


บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ STELLA เปิดเผยข้อมูลประกอบการพิจารณาของผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน โดยบริษัท ณุศา เลเจนด์ สยาม จำกัด (NLS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย จะจำหน่ายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในโครงการ “Legend Siam” จังหวัดชลบุรี ให้แก่ บริษัท ธนา พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (TPH) มูลค่า 2,450 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความกับกลุ่มบริษัท CNI จำนวน 1,500 ล้านบาท และลดความเสี่ยงจากการถูกบังคับคดี

รายการดังกล่าวมีที่มาจากข้อพิพาทเกี่ยวกับค่าก่อสร้างโครงการ Legend Siam ในช่วงปี 2559–2562 ซึ่งนำไปสู่คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการและคำพิพากษาของศาล โดย NLS มีภาระหนี้รวมพร้อมดอกเบี้ยประมาณ 2,111.43 ล้านบาท ขณะที่ STELLA ในฐานะผู้ค้ำประกันมีภาระหนี้ตามคำพิพากษาประมาณ 1,916.87 ล้านบาท ส่งผลให้เจ้าหนี้มีสิทธิบังคับจำนองทรัพย์สินหลักประกันได้

ทั้งนี้ NLS และ STELLA ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับ CNI เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 โดยตกลงชำระหนี้จำนวน 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็นงวดแรก 1,000 ล้านบาท ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และงวดที่สอง 500 ล้านบาท ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569

สินทรัพย์ที่จำหน่ายประกอบด้วยที่ดิน 12 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 184 ไร่ 3 งาน 30.8 ตารางวา และสิ่งปลูกสร้าง 123 รายการ พื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 122,470 ตารางเมตร ภายใต้โครงการ Legend Siam โดยกำหนดราคาซื้อขายที่ 2,450 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในช่วงราคาประเมินของผู้ประเมินอิสระ 2 ราย ที่ประเมินไว้ระหว่าง 2,427.45–2,470.34 ล้านบาท

สำหรับเงินที่ได้รับจากการขายทรัพย์สิน NLS จะนำไปใช้ชำระหนี้ให้ CNI จำนวน 1,500 ล้านบาท ชำระคืนเงินกู้แก่ STELLA จำนวน 735 ล้านบาท ชำระค่าที่ดินให้บริษัท ณุศามันนี่ จำกัด (NM) จำนวน 95 ล้านบาท และสำรองไว้สำหรับภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ประมาณ 120 ล้านบาท

ด้านที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) มีความเห็นว่ารายการดังกล่าวมีความสมเหตุสมผล เนื่องจากเป็นแนวทางที่มีความเป็นไปได้สูงในการจัดหาเงินเพื่อชำระหนี้ตามข้อตกลงภายในระยะเวลาที่กำหนด อีกทั้งราคาซื้อขายอยู่ในระดับที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับมูลค่าประเมิน

นอกจากนี้ การทำรายการยังช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกบังคับขายทอดตลาดทรัพย์สิน ช่วยให้ STELLA หลุดพ้นจากภาระค้ำประกันเกือบ 2,000 ล้านบาท ปรับปรุงฐานะทางการเงิน โดยคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) จะลดลงจาก 1.19 เท่า เหลือ 0.95 เท่า รวมถึงช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายจากเงินกู้ที่มีต่อ TPH ได้ประมาณ 64.31 ล้านบาทต่อปี

ขณะเดียวกัน NLS คาดว่าจะรับรู้กำไรจากการจำหน่ายทรัพย์สินประมาณ 208.08 ล้านบาท และ STELLA จะสามารถกลับรายการค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตได้ประมาณ 735 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทจะสูญเสียโอกาสรับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าที่ดินในอนาคต หากพื้นที่ดังกล่าวได้รับอานิสงส์จากการพัฒนาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในระยะยาว

Back to top button