ช้าแต่ชัวร์! โบรกชี้ TRUE ต้นทุนลดหลังควบ “ดีแทค” เป้า 8.59 บาท อัพไซด์ 24%

โบรกมองบวก TRUE ซินเนอร์ยี่ “ดีแทค” ช่วยลดต้นทุนซ้ำซ้อน แต่ต้องใช้เวลา ให้ราคาเป้าหมาย 8.59 บาท อัพไซด์สูงกว่า 24%


นายศุภชัย วัฒนวิเทศกุล นักวิเคราะห์กลุ่มสื่อสาร ของบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยข้อมูลวิเคราะห์หุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ระบุว่า การซินเนอร์ยี่ระหว่าง TRUE และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC หลังการควบรวมยังไม่เกิดขึ้นในไตรมาส 1/66 เนื่องจากเพิ่งรวมกิจการไปเพียง  1 เดือนเท่านั้น ทั้งนี้คาดว่าจะเห็นการซินเนอร์ยี่มากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/66 เป็นต้นไป และจะเห็นชัดเจนมากขึ้นในปี 67

ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากวงการบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ภายหลังการควบรวมกิจการโทรคมนาคมระหว่างทรูและดีแทค การแข่งขันในอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ผู้ประกอบการมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้า ส่งผลบวกต่อแนวโน้มรายได้เฉลี่ยของผู้ให้บริการต่อลูกค้าหนึ่งคน (ARPU) และรายได้ขาขึ้นในอนาคต

พร้อมกันนี้มีความเห็นว่าการซินเนอร์ยี่จากการควบรวมจะเห็นผลมากขึ้นในครึ่งหลังของปี 66 นี้ และจะชัดเจนขึ้นในปีหน้า โดยคาดว่ามูลค่าซินเนอร์ยี่เต็มจำนวนที่จะเกิดขึ้นจะสูงถึงหลัก 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ

โดยปัจจุบันประมาณการราคาเป้าหมายของ TRUE อยู่ที่ 8.59 บาท/หุ้น ทำให้มีส่วนต่างราคา (อัพไซด์) ค่อนข้างสูง โดยมี Return Potential ที่ 18%

อย่างไรก็ตามคำแนะนำของบริษัทใหม่หลังควบรวมที่ออกมาเป็นไปในทางระมัดระวัง เนื่องจากช่วงแรกอาจจะยังมุ่งเน้นเรื่องการบริหารจัดการ การปฏิบัติการ และการส่งผ่าน รวมถึงการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับบริษัทใหม่ครอบคลุมไปถึงการใช้งานอย่างไร้รอยต่อและดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า โดยการซินเนอร์ยี่ทั้งด้านรายได้และต้นทุนจะเห็นผลชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี และมองว่าฝ่ายบริหารน่าจะมีการปรับคำแนะนำที่ดีขึ้นหลังผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมา

ส่วนคำแนะนำเกี่ยวกับ CAPEX Guidance ได้ประมาณการไว้ที่  2.5-3.0 หมื่นล้านบาท ถือเป็นสัญญาณที่ดีจากฝ่ายบริหาร ในการลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อนหรือไม่มีความจำเป็นออกไป เพื่อผลประกอบการที่ดียิ่งขึ้นของบริษัท เทียบกับการลงทุนหลัก 5 หมื่นล้านบาทต่อปีของบริษัททรูและดีแทคก่อนการควบรวม

ด้าน บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ว่า TRUE ต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าจะได้อานิสงส์จากการลดต้นทุน โดยฝ่ายวิจัยแนะนำซื้อเพราะภาวะการแข่งขันดีขึ้นทั้งในธุรกิจมือถือ และ FBB รวมถึงมูลค่าของซินเนอร์ยี่

Back to top button