จับตาบอร์ด “กขค.” ไฟเขียว BCP ควบ “เอสโซ่” ดันมูลค่าหุ้นเพิ่ม 5-8 บาท

“กระทรวงพลังงาน” เห็นชอบออกใบอนุญาต BCP ซื้อหุ้นเอสโซ่แล้ว จับตาวันนี้บอร์ด “กขค.” ไฟเขียวอีกครั้ง เคาะราคาสุดท้ายซื้อหุ้น ESSO กลางเดือน ส.ค. ก่อนเดินหน้าปิดดีลไตรมาส 4/66 โบรกฯ ประเมินเสร็จดีลนี้ ดันอัพไซด์ต่อมูลค่าหุ้น BCP เพิ่มอีก 5-8 บาท จากราคาเป้า 42 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ 17 ก.ค. 2566 คณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาการควบรวมกิจการบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP จะเสนอผลการศึกษาให้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) พิจารณาอนุมัติ และต้องได้ผลสรุปไม่เกินวันพุธที่ 19 ก.ค.นี้  โดย กขค.อาจเห็นชอบแบบมีเงื่อนไข หรือไม่มีเงื่อนไขก็ได้

ล่าสุด นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ BCP เปิดเผยว่า ดีลเข้าซื้อหุ้นบริษัท ESSO ได้ใบอนุญาตจากทางกระทรวงพลังงานเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้บริษัทรอความชัดเจนจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ในการเข้าซื้อหุ้น ESSO ที่คาดว่าจะเห็นชอบเร็ว ๆ นี้

ขณะเดียวกัน ดีลดังกล่าวบริษัทไม่ต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ และไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ปัจจุบันรอเคาะราคารับซื้อ ESSO (เบื้องต้น 9.94 บาทต่อหุ้น คิดจากงบไตรมาส 1/2566) หลังงบไตรมาส 2/2566 ออกมาก่อน คาดว่าจะอยู่ช่วงกลางเดือน ส.ค.นี้ หลังจากนั้นคาดว่าจะสามารถปิดดีลได้ตามแผนช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ และภายหลังจากกระบวนการจ่ายเงินให้บริษัทเอ็กซอนโมบิล (ExxonMobil) เสร็จสิ้น ก็สามารถบันทึกรายได้จาก ESSO เข้ามาได้ทันที

ส่วนกระบวนการควบรวมระหว่าง BCP และ ESSO นั้น คงต้องรอขั้นตอนการเข้าซื้อเสร็จสิ้นก่อน ปัจจุบันได้ตั้งทีมเพื่อคุยรายละเอียดร่วมกันแล้ว

“บางจากมั่นใจดีลซื้อเอสโซ่สร้างรายได้ทันที 2,000 ล้านบาท สถานีรวมกัน 2,100 แห่ง ขึ้นแท่นเบอร์ 2 ยอดขายน้ำมัน ย้ำชัดภายหลังจ่ายเงินซื้อหุ้น ทยอยเปลี่ยนแบรนด์ “เอสโซ่” เป็น “บางจาก” ภายใน 2 ปี รับปากสัญญาธุรกิจ พนักงานยังคงเหมือนเดิม เดินหน้าธุรกิจสร้างความยั่งยืน” นายชัยวัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ บางจาก ประเมินว่า การควบรวมกับเอสโซ่จะทำให้ได้สินทรัพย์เพิ่มขึ้น แบ่งเป็น 1.ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน จะมีจำนวนปั๊มรวม 2,145 แห่ง แบ่งเป็นของบางจาก 1,343 แห่ง และเอสโซ่ 802 แห่ง และเมื่อรวมกันจะทำให้มีส่วนปั๊มน้ำมัน 7.7% ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันอยู่ที่ 21.4% แบ่งเป็นบางจาก 10.9% และเอสโซ่ 10.5%

2.ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน กรณีมีการควบรวมจะทำให้มีกำลังการกลั่นรวม 297,000 บาร์เรล/วัน แบ่งเป็นเอสโซ่ 177,000 บาร์เรล/วัน และบางจาก 120,000 บาร์เรล/วัน โดยถ้าพิจารณารายบริษัทจะทำให้กลุ่มบางจากและเอสโซ่มีกำลังการผลิตขึ้นมาอันดับ 1 แต่ถ้านำกำลังการกลั่นของกลุ่มปตท.มารวมกัน (บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP, บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC) จะทำให้กลุ่มบางจากและเอสโซ่อยู่อันดับ 2

บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อดีลนี้ จากการเร่งตัวของกำไรต่อหุ้น หรือ EPS และประโยชน์ร่วมที่จะเกิดขึ้น ทั้งยังคาดได้ถึงประโยชน์ร่วมด้านอัตราการดําเนินงานในรูปของกําไรก่อนหักภาษีที่เพิ่มขึ้น 2,000-3,000 ล้านบาทต่อปี และการเร่งตัวของ EPS เพิ่มขึ้นราว 60% จึงประเมินอัพไซด์ต่อมูลค่าพื้นฐานของบริษัท สำหรับ BCP ที่ 5-8 บาทต่อหุ้น แต่ยังไม่รวมในประมาณการ เพราะรอให้ดีลแล้วเสร็จก่อน

โดยกำหนดคำแนะนํา “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 42 บาท คิดเป็นส่วนลด 10% ต่อค่าเฉลี่ยของกลุ่ม เลือก BCP เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นในกลุ่มโรงกลั่นหนุน จากภาพรวมกําไรที่ยืดหยุ่น เพราะมีพอร์ตที่หลากหลายที่ครอบคลุมทั้งธุรกิจโรงกลั่น การค้าปลีกน้ำมัน โรงไฟฟ้า และสำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ E&P

ทั้งนี้ ข้อมูล Refinitiv Consensus อ้างอิงข้อมูลจาก 10 โบรกเกอร์ ประเมินรายได้รวมปี 2566 อยู่ที่ 280,348 ล้านบาท กำไรสุทธิ 6,709 ล้านบาท ราคาเป้าหมาย 40.99 ล้านบาท

Back to top button