“Delivery Hero” ตัดขาย “ฟู้ดแพนด้า” 6 แห่งในอาเซียน เซ่นครึ่งปีแรกขาดทุน 3.2 หมื่นล้าน

Delivery Hero บริษัทแม่ Foodpanda เตรียมอยู่ระหว่างขายแผนกิจการบางส่วนใน 6 ประเทศภูมิภาคอาเซียน กำลังอยู่ระหว่างเจรจากับผู้สนใจยังอยู่ในระยะแรก เช่นเดียวกับมูลค่าที่อยู่ระหว่างต่อรอง หลังขาดทุน 3.2 หมื่นล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปีนี้


ผู้สื่อข่าวรายงาน (22 ก.ย.66) อ้างอิงข้อมูลสำนักข่าว ซีเอ็นบีซี ระบุว่า Delivery Hero บริษัทสั่งอาหารออนไลน์และจัดส่งอาหารข้ามชาติสัญชาติเยอรมัน ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ ฟู้ดแพนด้า (Foodpanda) แพลตฟอร์มสั่งอาหารและเดลิเวอรี โดยกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับหลายฝ่ายเพื่อขาย Foodpanda ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยไทย, ลาว, เมียนมาร์, กัมพูชา, ฟิลิปปินส์, และสิงคโปร์

นอกจากนี้สื่อของเยอรมนีอย่าง The Wirtschaftswoche business magazine ระบุด้วยว่า บริษัทสัญชาติสิงคโปร์อย่าง Grab อาจเป็นผู้ซื้อกิจการดังกล่าวต่อจาก Delivery Heroโดยมีการประเมินมูลค่าในการซื้อกิจการไว้ที่ 1 พันล้านเหรียญยูโร

ล่าสุดสำนักงานใหญ่ของ Foodpanda ในสิงคโปร์ได้ยืนยันกับสำนักข่าว CNBC ว่ากำลังดำเนินการปลดพนักงานรอบล่าสุด เนื่องจากความจำเป็นในการเพิ่ม ความคล่องตัว ซึ่งยังเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม ไม่มีการระบุถึงจำนวนพนักงานที่ปลดในครั้งนี้ รวมถึงจะปลดพนักงานในแผนกไหนเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายนักวิเคราะห์อาวุโสจาก Phillip Securities Research, Jonathan Woo กล่าวว่า สำหรับผู้ซื้อที่มีศักยภาพอาจมีแค่เพียง Grab และ GoTo เนื่องจากสภาพการแข่งขันที่รุนแรงทำให้ผู้ประกอบการเหลืออยู่ไม่กี่ราย ซึ่งจะเป็นการซื้อที่น่าดึงดูดที่สุดสำหรับ Grab เนื่องจากจะช่วยให้เพิ่มที่มั่นในภูมิภาคนี้ได้มากกว่า

ทั้งนี้ จากข้อมูลของบริษัทวิจัยเทคโนโลยี Momentum Works ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2566 Grab เป็นผู้นำด้านบริการส่งอาหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยครองส่วนแบ่งมูลค่าตลาดรวม 54% ในขณะที่ Gojek ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ GoTo มีส่วนแบ่งอยู่ 12% และ Foodpanda ครองส่วนแบ่งอยู่เพียง 19%

ในขณะเดียวกัน Foodpanda สาขาสิงคโปร์ ยังคงตัดลดพนักงานเพิ่มอีกในวันศุกร์ที่ผ่านมา โดย Jakob Sebastian Angele, APAC CEO ของ Foodpanda อ้างถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจมีความคล่องตัวและมีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับบริษัท Delivery Hero นั้น ยังไม่เคยมีปีที่ได้กำไรเลยนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2554 โดยบริษัทยังคงขาดทุนเกือบ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 32,000 ล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับการขาดทุนทั้งปีมากกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 54,000 ล้านบาทในปี 2565

Back to top button