JPARK เทรดวันแรก ลุ้นวิ่งเป้า 6.40 บ. มั่นใจพื้นฐานแกร่ง-เติบโตสูง

JPARK พร้อมลุยเทรด mai วันนี้วันแรก ยืนเหนือจอง 3.80 บาท โบรกฯประเมินราคาเหมาะมเป้าสูง 6.40 บาท สะท้อนพื้นฐานธุรกิจแกร่งและเติบโตสูง ตอกย้ำผู้นำให้บริการบริหารพื้นที่จอดรถครบวงจร พร้อมแผนขยายธุรกิจเติบโตทุกปี วางเป้าปีนี้ขยายบริหารพื้นที่จอดรถแตะ 1.5 หมื่นช่อง ปี 67 ทะลุ 2 หมื่นช่องจอด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 ต.ค.66) หุ้นสามัญของบริษัท เจนก้องไกล จำกัด (มหาชน) หรือ JPARK เปิดเผยว่า บริษัทจะเข้าซื้อขายในนตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันแรก ในกลุ่มบริการ โดยมีทุนชำระแล้วหลัง IPO 200 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 290 ล้านหุ้นและหุ้นสามัญเพิ่มทุน 110 ล้านหุ้น เสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ ไม่เกิน 16.5 ล้านหุ้น กรรมการและผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯไม่เกิน 11 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 25-27กันยายน 2566 ในราคาหุ้นละ 3.80 บาท คิดเป็นมูลค่าเสนอขาย 418 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,520 ล้านบาท

ทั้งนี้การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 23.74 เท่า คำนวณจากกำไรสุทธิต่อหุ้นในช่วง4ไตรมาสล่าสุด (1 ก.ค.65 ถึง 30 มิ.ย.66) ซึ่งเท่ากับ 64.02 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.16 บาท โดยมีบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญ

ด้านนายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ mai ยินดีต้อนรับ JPARK เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายใน mai ภายใต้กลุ่มบริการ วันนี้(3 ต.ค.)เป็นวันแรก โดย JPARK เป็นผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารพื้นที่จอดรถ โดยแบ่งเป็น 3 ธุรกิจหลัก คือ (1)ธุรกิจให้บริการที่จอดรถ (2) ธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ (3) ธุรกิจให้คำปรึกษาและรับติดตั้งระบบบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ โดยธุรกิจให้บริการและการรับบริหารที่จอดรถ บริษัทจะทำสัญญากับเจ้าของพื้นที่เป็นสัญญาระยะยาวอายุสัญญาระหว่าง 12-36 เดือน ซึ่งบริษัทได้รับการต่อสัญญาเมื่อครบกำหนดมาโดยตลอด

นอกจากนี้ บริษัทได้แบ่งพื้นที่จอดรถบางส่วนที่เหลือจากการจัดช่องจอดให้บุคคลภายนอกเช่า เพื่อประกอบกิจการร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ ปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่ให้บริการกว่า63 แห่ง มีช่องจอดรถภายใต้การดูแลกว่า 28,000 ช่องจอด ได้แก่ บริเวณจุดเชื่อมต่อ-จุดเปลี่ยนผ่านกับระบบรถไฟฟ้าขนส่งสาธารณะ ศูนย์การค้าและตลาด โรงพยาบาล สถานศึกษา และสนามบิน เป็นต้น ซึ่งพื้นที่ให้บริการส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เนื่องจากมีปริมาณผู้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเป็นจำนวนมาก ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทสัดส่วนรายได้จาก3ธุรกิจที่กล่าวและบริการอื่นร้อยละ 65:16:16:3 นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างลงทุนก่อสร้างอาคารจอดรถบริเวณใกล้เคียงโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า รวมมูลค่าเงินลงทุนไม่เกิน300ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ภายในไตรมาส 3 ปี 2567

ด้านนายสันติพล เจนวัฒนไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JPARK เปิดเผยว่า บริษัทมีทีมงานที่มีประสบการณ์มากว่า 20 ปี มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการพื้นที่จอดรถในหลากหลายรูปแบบทั้งบนพื้นราบและในตัวอาคารฯ ใช้ระบบจัดการที่มีมาตรฐานตรวจสอบได้ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยตอบสนองความต้องการของลูกค้า เช่น ระบบการชำระเงินแบบไร้เงินสด (Cashless Payment)การให้บริการต่างๆ ผ่านเครื่องบริการอัตโนมัติ (Kiosk)และบริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาแอปพลิเคชัน Prompt Park ซึ่งเป็นระบบบริหารพื้นที่จอดรถเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ

โดย JPARK มีผู้ถือหุ้นใหญ่หลังเข้าจดทะเบียน คือ นายสันติพล เจนวัฒนไพศาล ถือหุ้น 70.89% โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการ หลังหักเงินสำรองต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับบริษัท

ทั้งนี้ภายหลังจากการระดมทุน JPARK มีแผนที่จะลงทุนขยายโครงการอาคารจอดรถโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าจำนวน 6 ชั้น รองรับรถยนต์ได้ 532 คัน และรองรับรถจักรยานยนต์ได้ 72 คัน โดยมีพื้นที่ใช้สอย 18,242 ตารางเมตร พื้นที่พาณิชย์ 2,049 ตารางเมตร ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2567 รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

“เรามีความเชื่อมั่นในพื้นฐานของธุรกิจ และโอกาสที่เปิดกว้างในการเติบโตในอนาคต ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ทำงานร่วมกับทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็น ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดการการจัดจำหน่าย และรับประกันการจำหน่าย และผู้ร่วมจัดจำหน่าย เพื่อที่จะนำเสนอข้อมูล และพื้นฐานธุรกิจให้กับนักลงทุน ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาโดยตลอด ซึ่งภายหลังจากการระดมทุนในครั้งนี้ เราจะสามารถเสริมศักยภาพ และพัฒนาเทคโนโลยีในด้านการให้บริการ รวมถึงบริหารพื้นที่จอดรถด้วยการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องทำให้เรามีความเชื่อมั่นว่า JPARK จะเป็น IPO น้องใหม่ที่จะได้รับการต้อนรับ และการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง” นายสันติพลกล่าว

ในขณะที่ผลประกอบการของ JPARK ในปี 2563-2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 286.17 ล้านบาท 243.61 ล้านบาท และ 455.09 ล้านบาทตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 6.51 ล้านบาท ขาดทุน  10.99 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 55.05 ล้านบาท ตามลำดับ โดยในช่วงปี 2563 จนถึงกลางปี 2565 ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทต่ำกว่าช่วงเวลาปกติ เนื่องจากบริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากมาตรการ Lockdown จากสถานการณ์ COVID-19 จึงส่งผลให้รายได้จากธุรกิจให้บริการที่จอดรถลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามในช่วงปลายปี 2565 เมื่อสถานการณ์ COVID-19 เริ่มคลี่คลายลง ประกอบกับการที่บริษัทฯ มีรายได้จากธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ และธุรกิจให้คำปรึกษา และรับติดตั้งระบบบริหารจัดการพื้นที่จอดรถเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมในปี 2565 บริษัทมีรายได้ และความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น

ด้านนายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ APM ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน JPARK เปิดเผยว่า JPARK มีความพร้อมในทุกด้านสำหรับการเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอเป็นวันแรก พร้อมทั้งมีความมั่นใจว่านักลงทุนจะให้การตอบรับที่ดีจากพื้นฐานธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจบริหารจัดการพื้นที่จอดรถมามากกว่า 20 ปี มีสถานที่ให้บริการจอดรถอยู่ในทำเลพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง มีรายได้จากธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำสม่ำเสมอ หรือ Recurring Income มีความสามารถในการทำกำไร และฐานะเงินแข็งแกร่ง รวมถึงศักยภาพในการเติบโตในอนาคต ซึ่งทำให้มีความมั่นใจว่านักลงทุนจะให้การตอบรับที่ดีในการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ วันนี้ (3 ต.ค.66) วันแรก

ส่วนนายสุพล ค้าพลอยดี กรรมการผู้จัดการ APM ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน JPARK เปิดเผยว่า สำหรับการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ เป็นวันแรกของ JPARK บริษัทมีความพร้อมในทุกด้าน และมีความมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน

ด้านนายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะแกนนำการจัดจำหน่าย และรับประกันการจำหน่ายของบริษัท เจนก้องไกล จำกัด (มหาชน) หรือ JPARK  เปิดเผยว่า บริษัทฯมีความมั่นใจสำหรับการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอเป็นวันแรกของ JPARK และเชื่อมั่นว่านักลงทุนจะให้การตอบรับที่ดี จากการกำหนดราคาเสนอขายที่ 3.80 บาทต่อหุ้น ซึ่งนักลงทุนได้จองซื้อหุ้นครบทั้งจำนวน 110 ล้านหุ้น ด้วยราคาเสนอขายที่มีความเหมาะสม และสะท้อนพื้นฐานธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง และโอกาสในการเติบโตในอนาคต

ทั้งนี้โบรกเกอร์เคาะราคาเป้าหมาย JPARK เฉลี่ย 4.90-6.40 บาทต่อหุ้น โดยชูจุดเด่นผู้นำด้านการให้บริการพื้นที่จอดรถ และมีโอกาสจะสร้างกำไรให้กับนักลงทุนที่จองซื้อ โดยจากมุมมองโบรกเกอร์ 6 แห่ง ที่ได้ Company Visit และจัดทำบทวิเคราะห์ออกมาและให้ราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานไว้ค่อนข้างสูงจากราคาจองที่ 3.80 บาท ดังนี้

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ ให้ราคาเหมาะสมของ JPARK ที่ระดับ 6.40 บาท คาดกำไรสุทธิปี 67 จะเติบโต 60% เทียบจากปี 66 ที่คาดโต 16% เนื่องจาก JPARK เป็นบริษัทมีลักษณะธุรกิจที่มีรายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ มีสัญญาเช่าระยะยาว และเป็นกิจการที่รับเงินสด โดยเฉพาะธุรกิจบริหารจัดการที่จอดรถจะมีรายได้เป็นประจำ ซึ่งคิดเป็น 20-25% ของรายได้

ขณะที่ธุรกิจบริการพื้นที่จอดรถก็เป็นกึ่งรายได้ประจำบวกกับรายได้ที่เป็นโครงการอย่างการรับติดตั้งระบบที่จอดรถ และโครงการก่อสร้างอาคารจอดรถ รพ. พระนั่งเกล้าที่มีสัญญาเช่า 30 ปี เพื่อให้บริการที่จอดรถและบางส่วนให้เช่าเพื่อการพาณิชย์ด้วยจะยิ่งเพิ่มโอกาสการเติบโตของกำไรสูงขึ้นในอนาคต

ด้านบล.โกลเบล็ก ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินราคาเหมาะสมปี 67 ที่ 5.60 บาท และคาดหวังอัตราเงินปันผลที่ 1.8% ต่อปี คาดผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี 66 และปี 67 เติบโตโดดเด่น

ส่วนบล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินราคาพื้นฐานปี 67 ที่ 5.40 บาท เนื่องจากในตลาดหลักทรัพย์ยังไม่มีบริษัทจดทะเบียนทำธุรกิจแบบเดียวกับ JPARK ทางฝ่ายจึงเทียบเคียงกับบริษัท Nippon Parking Development และ Park24 ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในญี่ปุ่น ซื้อขาย P/E เฉลี่ยที่ 17.4 เท่า ซึ่งธุรกิจน่าจะ mature แล้ว

ขณะที่ JPARK ยังมีโอกาสเติบโตจากการได้สัญญางานใหม่ ๆ เพิ่ม รวมถึงเงินทุนจาก IPO ที่จะนำไปขยายธุรกิจได้มากขึ้น จึงให้พรีเมี่ยมจากคาดการณ์กำไรสุทธิที่เติบโตระดับสูง อิง P/E ที่ 20 เท่า

ด้านบล.ยูโอบี เคย์ เฮียน (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินราคาเป้าหมายปี 67 ที่ 5.20 บาท คาดกำไรปี 66-68 เติบโตเฉลี่ยสูง 27.8% ต่อปี หนุนจากรายได้รวมปี 66-68 คาดเติบโต 13.6%/34.7%/12.4% ตามลำดับ จากช่องจอดที่คาดเพิ่มเป็น 1.44/1.65/1.74 หมื่นช่องจอด ตามลำดับ จากการขยายพื้นที่ให้บริการต่อเนื่อง รวมถึง U-rate พื้นที่จอดรถที่ปรับตัวขึ้น ประกอบกับ Gross profit margin ที่คาดปรับเพิ่มขึ้นจากโครงการใหม่ๆ ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น หนุนปี 66-68 เพิ่มเป็น 24.4%/24.5%/25.1% ตามลำดับ

ขณะที่ บล.กรุงศรี พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินราคาพื้นฐานไว้ที่ 5.00 บาท เนื่องจากมองว่า JPARK มีความน่าสนใจจากการเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจบริหารที่จอดรถในไทย พร้อมกันนี้คาดกำไรสุทธิปี 66-68 เติบโตเฉลี่ย 24% ต่อปี มาอยู่ที่ 64 ล้านบาท (โต 16% จากปีก่อน), 92 ล้านบาท (โต 44% จากปี 66) และ 106 ล้านบาท (โต 15% จากปี 67) ตามลำดับ หนุนหลักจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 19% ต่อปี จากธุรกิจให้บริการที่จอดมีการขยายที่จอดเพิ่มขึ้น 17% ต่อปี และที่ธุรกิจให้คำปรึกษาและรับติดตั้งระบบที่จอดเห็นการเติบโตที่ดีเฉลี่ย 14% ต่อปี สอดคล้องกับพื้นที่จอดแล้วจรในบริเวณย่านรถไฟฟ้าที่ยังขาดแคลน

ด้านบล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินราคาเป้าหมายของ JPARK อยู่ที่ 4.90 บาท จากการคาดการณ์รายได้เติบโตจากการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ให้บริการที่จอดรถ การสนับสนุนการใช้รถสาธารณะจากภาครัฐที่ทำให้มีการสร้างอาคารจอดรถเพิ่มขึ้น ทำให้เป็นโอกาสของบริษัทในการเข้าไปบริหารจัดการ

ทั้งนี้ เมื่อบวกกับอัตรากำไรขั้นต้นที่มีการขยายตัว และค่าใช้จ่ายต่อรายได้ที่ลดลงจากการประหยัดจากขนาด ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิจะมีการเติบโตที่ 27.1% ต่อปีในปี 65-68 อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าสิ้นปี 66 บริษัทจะสามารถเพิ่มจำนวนช่องจอดรถยนต์ได้อยู่ที่ราว 15,000 ช่อง และ ณ สิ้นปี 67 จะมีช่องจอดรถยนต์เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 20,000 ช่อง ส่งผลให้คาดว่ารายได้จากธุรกิจให้บริการที่จอดรถจะเติบโตราว 22.6% ต่อปี ในปี 65-68

Back to top button