“หุ้นเอเชีย” เปิดลบ หลังบอนด์ยีลด์พุ่ง พ่วงสงคราม “อิสราเอล-ฮามาส” ตึงเครียด

ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ เปิดลบ ตามทิศทางดาวโจนส์ หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่ง10 ปีพุ่งทะลุ 4.9% รวมถึงวิตกสงครามอิสราเอล-ฮามาสบานปลาย ขณะที่ดัชนี KOSPI เกาหลีใต้ร่วง 1.62% สะท้อนเศรษฐกิจอ่อนแอ


ตลาดหุ้นเอเชียวันนี้ (19 ต.ค. 66) เปิดลบ ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวลงอย่างหนักเมื่อวานนี้ (18 ต.ค. 66) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้น (บอนด์ยีลด์)  รวมทั้งแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ด้านดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวที่ระดับ 31,579.54 จุด ลดลง 462.71 จุด หรือ -1.44%, ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,043.20 จุด ลดลง 15.51 จุด หรือ -0.50% และดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 17,540.46 จุด ลดลง 192.06 จุด หรือ -1.08%

ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 1.62% หลังจากธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.5% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งเป็นการคงดอกเบี้ยในการประชุม 6 ครั้งติดต่อกัน เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงอ่อนแอ และจากความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งรวมถึงสงครามระหว่างยูเครนและรัสเซียที่ยืดเยื้อ และหนี้สินภาคครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐ โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลงกว่า 300 จุดในวันพุธ (18 ต.ค. 66) ขณะที่ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ดิ่งลงกว่า 1% หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นทะลุระดับ 4.9% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2550

นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสได้ย่างเข้าสู่วันที่ 12 และสถานการณ์มีแนวโน้มบานปลาย หลังจากเกิดเหตุระเบิดโรงพยาบาลอัล-อาห์ลี อัล-อาราบีในฉนวนกาซา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

Back to top button