
โบรกมองกลุ่ม “เนื้อสัตว์” ครึ่งปีหลังฟื้นตัว รับช่วงไฮซีซั่น ชู TFG ท็อปพิก!
บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) มองกลุ่มเนื้อสัตว์ครึ่งปีหลังมีโอกาสฟื้นตัว รับแรงหนุนช่วงไฮซีซั่นการบริโภคและการส่งออก พร้อมชู TFG เป็นท็อปพิก ขยายร้าน "ไทยฟู้ดส์ เฟรชมาร์เก็ต" ต่อเนื่องตั้งเป้าเปิดครบ 850 สาขาในปีนี้ โดยให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 12 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ทางฝ่ายวิจัยประเมินแนวโน้มไตรมาส 2/2569 และครึ่งปีหลังของกลุ่มราคาเนื้อสัตว์กลับมาฟื้นตัว ประกอบด้วย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF, บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG, บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT, บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG,
โดยภาพรวมผลประกอบการของกลุ่มอาหารในไตรมาส 1/2569 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปีก่อนมีฐานกำไรที่สูงผิดปกติ โดย CPF รายงานกำไรสุทธิ 4.8 พันล้านบาท ลดลง 43% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยถูกกดดันจากราคาสุกรในประเทศไทยที่ปรับฐานลดลง และกำไรจากบริษัทร่วมในจีนที่ลดลงจากราคาสุกรที่ต่ำ
BTG รายงานกาไรสุทธิ 1 พันล้านบาท ลดลง 47.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากฐานกำไรที่สูงในปีก่อนและราคาเนื้อสัตว์ในประเทศที่ย่อตัวลง GFPT กำไรสุทธิอยู่ที่ 517 ล้านบาท ลดลง 19% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนจากปริมาณการส่งออกที่ลดลงเนื่องจากการหายไปของการส่งออกเท้าไก่ไปยังประเทศจีน อีกทั้งส่วนแบ่งกำไรของบริษัทย่อยที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม TFG สามารถรายงานกำไรสุทธิที่ 2.04 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งแข็งแกร่งกว่าคาดเนื่องจากการขยายสาขาร้านค้าปลีกและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
โดยคาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีโอกาสฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้าจากการเข้าสู่ช่วง High Season ของการบริโภคและการส่งออก และราคาเนื้อสุกรในประเทศไทยที่ฟื้นตัวในเดือนเมษายนมาที่ระดับ 68 บาทต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ดีการฟื้นตัวยังจำกัด โดยในเดือนพฤษภาคมชะลอตัวลงมาที่ 65 บาทต่อกิโลกรัม และคาดการณ์ในช่วงที่เหลือในไตรมาสจะทรงตัวหรืออ่อนตัวลงเนื่องจากผลกระทบของอุปสงค์ที่ยังอ่อนแอและความกังวลเรื่องโรคระบาดทำให้ผู้เลี้ยงรายย่อยเร่งขายสุกรเพื่อลดความเสี่ยง อีกทั้งยังมีความกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ด้านต้นทุนอาหารสัตว์เริ่มเห็นความท้าทายจากราคาข้าวโพดและกากถั่วเหลืองที่เริ่มปรับตัวขึ้น
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยกดดันจากค่าระวางเรือและราคาน้ำมันดิบตัวสูงขึ้นตามปัญหาภูมิรัฐศาสตร์กดดันอัตรากำไร และหากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนคาดจะเห็นการหดตัวเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากฐานกำไรที่สูงมากในไตรมาส 2/2568
คาดการณ์ว่าราคาสุกรจะกลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 จากอุปทานที่ลดลง โดยในประเทศไทยอุปทานสุกรมีแนวโน้มลดลงจากการที่เกษตรกรรายย่อยลดปริมาณแม่พันธุ์ และสภาพอากาศที่ร้อนจัดส่งผลให้สุกรเติบโตช้า ส่วนประเทศจีนภาครัฐมีนโยบายภาครัฐที่มุ่งลดปริมาณแม่พันธุ์สุกรเพื่อแก้ปัญหาอุปทานล้นตลาด ซึ่งจะช่วยหนุนให้ราคาฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในครึ่งปีหลัง
โดยทางฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อ TFG ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 12.00 บาท ส่วน CPF ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 23.30 บาท, BTG ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 21.00 บาท, GFPT ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 9.65 บาท, TU ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 13.40 บาท, ITC ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 19.40 บาท
ทั้งนี้ ทางฝ่ายวิจัยคงน้ำหนักการลงทุนของกลุ่มอาหารที่ “เท่ากับตลาด” เนื่องจากภาพรวมยังมีความเสี่ยงจากต้นทุนที่ผันผวน แต่ทางฝ่ายวิจัยเลือก TFG เป็น Top Pick เนื่องจากเป็นบริษัทในกลุ่มที่คาดว่าจะสามารถเติบโตได้ท่ามกลางความเสี่ยง จากการขายสินค้าผ่านร้านปลีกของตัวเองทำให้สามารถขายเนื้อสัตว์ได้ในราคาที่สูงกว่าตลาดและขจัดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา ประกอบกับกลยุทธ์การขยายร้าน “ไทยฟู้ดส์ เฟรชมาร์เก็ต” อย่างต่อเนื่องตั้งเป้าเปิดครบ 850 สาขาในปีนี้

