น้ำมัน WTI ปิดบวก 1.60 เหรียญ จับตาเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน หวังคลี่คลายความขัดแย้ง

ราคาน้ำมัน WTI ปิดบวก 1.74% แตะ 93.76 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะนักลงทุนติดตามความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน หลังมีสัญญาณเดินหน้าหารือเพื่อยุติความขัดแย้งและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นในการซื้อขายวันอังคาร (2 มิ.ย.) ท่ามกลางความผันผวนของตลาด ขณะที่นักลงทุนติดตามความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานว่าอิหร่านอยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ เพื่อยุติความขัดแย้ง

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนก.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.60 ดอลลาร์ หรือ 1.74% ปิดที่ 93.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.02 ดอลลาร์ หรือ 1.07% ปิดที่ 96.00 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

รายงานจากสำนักข่าว Mehr ของอิหร่านระบุว่า อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอจากสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม โดยมีแนวคิดผลักดันข้อตกลงชั่วคราวในวงจำกัด เพื่อลดแรงกดดันทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ขณะเดียวกันยังคงจุดยืนในประเด็นโครงการนิวเคลียร์

แหล่งข่าวระบุว่า ภายใต้ข้อตกลงใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น อิหร่านต้องการให้มีการยุติการสู้รบในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน การเข้าถึงรายได้จากการส่งออกน้ำมัน การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงาน การยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือ และการคงอิทธิพลเหนือช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้อิหร่านยังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธร่างข้อตกลงฉบับล่าสุดจากสหรัฐฯ โดยแหล่งข่าวระบุว่าอิหร่านยังคงใช้ท่าทีระมัดระวังและไม่ไว้วางใจสหรัฐฯ เนื่องจากมองว่าสหรัฐฯ มักไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในอดีต

ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การเจรจากับอิหร่านยังดำเนินต่อไป และคาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อขยายเวลาหยุดยิง รวมถึงเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า

ขณะที่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านอยู่ระหว่างการเจรจา และอิหร่านได้ยินยอมที่จะหารือบางประเด็นเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ หลังจากก่อนหน้านี้ปฏิเสธการเจรจาในเรื่องดังกล่าว

ทั้งนี้ นายรูบิโอระบุว่า แม้การหารือจะยังไม่รับประกันว่าจะนำไปสู่ข้อตกลงที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ แต่ถือเป็นโอกาสในการทดสอบว่าอิหร่านมีความพร้อมที่จะประนีประนอมมากน้อยเพียงใด พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ ยังคงให้เหตุผลด้านความมั่นคงเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินนโยบายต่ออิหร่าน

Back to top button