IAA ถอดบทเรียน “สถานการณ์ตลาดหุ้น” แนะนลท. ตัดสินใจก่อนลงทุน

IAA ถอดบทเรียนสัญญาณเหตุการณ์ของหุ้นที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจ เป็นแนวทางให้ผู้ลงทุนได้ใช้ไตร่ตรอง เพิ่มหรือลดคะแนนความสนใจในหุ้นที่หมายตาอยู่


นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยว่า ในการเลือกหุ้นที่เราจะลงทุนนั้น  นอกเหนือจากการต้องประเมินหรือวิเคราะห์ภาพทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมที่สนใจ ไปจนถึงปัจจัยพื้นฐานของหุ้น เพื่อประเมินมูลค่าที่เหมาะสม ตลอดจนจังหวะของการลงทุนแล้ว ผมอยากเสริมว่า มีสัญญาณเหตุการณ์หลาย ๆ ลักษณะที่น่าจะนำมาพิจารณาเพื่อเพิ่มหรือลดคะแนนความน่าสนใจของหุ้นนั้น ๆ ด้วยครับ

สำหรับสัญญาณในทางบวกที่ว่านั้น ได้แก่

1.ทุกเทศกาลส่งงบการเงิน ส่งไวไม่ชักช้า ตัวเลขดีมีค่าเติบโต แบบนี้ควรเพิ่มคะแนน เพราะสะท้อนถึงธุรกิจมีระบบบริหารดี  กิจการมีความราบรื่น ไม่มีประเด็นที่ผู้สอบบัญชีต้องปวดหัวมากจนต้องสอบถามภายในกันไปมาทำให้เกิดความล่าช้า

2.มีบทวิเคราะห์ทางปัจจัยพื้นฐาน หลายสำนักแนะนำให้ซื้อ แบบนี้ต้องเพิ่มคะแนนความสนใจ แต่ขอเน้นนะครับ เป็นบทวิเคราะห์ทางปัจจัยพื้นฐาน ไม่ใช่บทวิเคราะห์กราฟราคา คุณผู้อ่านสามารถเข้าดูการรวบรวมข้อมูลได้ฟรีใน IAA Consensus อยู่ใน settrade.com ปกติแล้ว นักวิเคราะห์จะเลือกทำหุ้นใน SET100 ส่วนหุ้นอื่น ๆ ที่ทำก็มักจะเลือกหุ้นที่ธุรกิจดี มีอนาคต เพราะนักวิเคราะห์ก็อยากให้คนชื่นชมที่แนะนำหุ้นเด็ด นอกจากนั้น ทางบรรดากองทุนเอง จำเป็นต้องมีบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของหุ้นรายตัวที่จะลงทุนเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเลือกหุ้นนั้น ๆ  ไม่งั้นหากพลาดท่าไป ขาดทุนในหุ้นที่ไม่มีบทวิเคราะห์สนับสนุน ชีวิตคงวังเวงยิ่งกว่าว้าวุ่นครับ

3.การมาร่วมให้ข้อมูลใน Opp Day ที่ตลาดหลักทรัพย์ ฯ จัดให้อย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นสัญญาณบวก  เพราะอาจมีบทวิเคราะห์เกิดขึ้นตามมา คุณผู้อ่านอาจแย้งว่า บริษัทที่มาก็คงมีทั้งบริษัทที่ธุรกิจดีกับที่ไม่ค่อยดี แต่ผมคิดว่า การมาให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุนและอาจมีนักวิเคราะห์มาฟังด้วย สะท้อนถึงความมั่นใจของคณะผู้บริหารว่า บริษัทตนเองก็ดูมีเรื่องราวที่น่าสนใจ  ขณะที่บริษัทที่ไม่มานั้น เป็นสัญญาณที่ดูไปในทางเสมอตัวหรือเป็นลบ เพราะอาจหมายถึง ไม่ให้ความสำคัญกับงานนักลงทุนสัมพันธ์ หรือว่าเป็นเพราะช่วงนี้ธุรกิจไม่ค่อยดีจึงไม่อยากให้ข้อมูลนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทที่เกิดประเด็นทางลบหนัก ๆ ผมสังเกตจะไม่มาชี้แจงเลยครับ

4.การได้รับรางวัลผู้บริหารยอดเยี่ยมจากสมาคมนักวิเคราะห์ฯ (IAA) และของ SET ซึ่งทั้งสององค์กรนี้ต่างก็มีการพิจารณารางวัลเป็นรายปี ในรูปแบบที่ต่างกันบ้าง แต่ก็เน้นในเชิงคุณภาพ คุณธรรมเหมือนกัน ซึ่งเป็นสัญญาณทางบวกเพิ่ม ผมขออธิบายในส่วนของ IAA Awards ที่รับผิดชอบอยู่ จะใช้วิธีให้นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนทำการโหวต CEO CFO และ IR ยอดเยี่ยมประจำปี โดยพิจารณาจากความสามารถและด้านจรรยาบรรณของคณะผู้บริหารบริษัท กำหนดการพิจารณารางวัลครั้งถัดไป จะจัดให้โหวตในประมาณปลายไตรมาสที่ 1 ของปี 67 โปรดติดตามนะครับ

5.การมีชื่ออยู่ใน Theme การลงทุนที่ทีมวิเคราะห์แนะนำให้ลงทุน ซึ่งการกำหนด Theme และชื่อหุ้นนั้น มีหลากหลายตามแนวโน้มการลงทุน ยกตัวอย่าง เช่น Theme หุ้นเปิดประเทศ  Theme หุ้นปันผลดี  Theme ท่องเที่ยว  Theme Growth Stock ฯลฯ  ซึ่งในแต่ละ Theme ที่ทีมวิเคราะห์ได้ยกขึ้นมาแนะนำ ก็จะมีการคัดสรรหุ้นที่ดีและเข้ากับ Theme  ดังนั้น ถ้าบริษัทไหนถูกคัดเลือกเข้ามา ผู้ลงทุนก็จะให้ความสนใจมากกว่าหุ้นในหมวดเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัยครับ

6.สัญญานผู้บริหารซื้อหุ้นเป็นอีกสัญญานทางบวก เพราะผู้บริหารนั้นถือเป็นบุคคลที่เข้าใจจุดแข็งจุดอ่อนของบริษัท และแนวโน้มอนาคตได้เป็นอย่างดี ซึ่งคุณผู้อ่านสามารถดูข้อมูลนี้ได้จากข่าวของตลาดหลักทรัพย์ฯ และในบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ รวมถึงหนังสือพิมพ์สายหุ้น อย่างไรก็ตาม คะแนนทางบวกของการซื้อหุ้นนี้ ไม่นับรวมกรณีผู้บริหารซื้อโดยใช้ข้อมูลลับภายในที่ไม่เหมาะสมแล้วถูก ก.ล.ต. กล่าวโทษนะครับ กรณีนั้น ต้องเป็นคะแนนลบหนัก ๆ ถึงขั้นหลีกเลี่้ยง เพราะถ้าไม่มีจรรยาบรรณแล้ว เรื่องอื่นก็ไม่ค่อยน่าวางใจครับ

นอกจากสัญญาณทางบวกข้างต้น ผมขอแถมสัญญานที่ต้องระวังทางลบ เพื่อให้ผู้ลงทุนได้คอยระมัดระวัง ตามนี้ครับ

1.การถูกตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นเครื่องหมายเตือนรุนแรง เช่น  T3 (ห้าม Net Settlement, ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และต้องซื้อด้วยวิธีวางเงินสดไว้กับโบรกเกอร์เต็มจำนวนก่อนซื้อเท่านั้น) C (มีเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อฐานะการเงินและธุรกิจ) NC (เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรืออยู่ระหว่างเปิดซื้อขายชั่วคราว) SP (ถูกห้ามซื้อขายเกินกว่าหนึ่งรอบการซื้อขาย) และการถูกตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลของบริษัทและติดตามคำชี้แจงของบริษัท

2.ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นแบบมีเงื่อนไข หรือเห็นว่างบไม่ถูกต้อง หรือไม่แสดงความเห็น ซึ่งหมายถึงมีประเด็นทางลบที่มีน้ำหนักพอสมควรจนถึงหนักมาก

3.มีการเปลี่ยน CFO กรรมการตรวจสอบอย่างถี่มากอย่างผิดปกติ  อาจสะท้อนถึงความหนักใจอะไรที่ไม่ธรรมดา  หากเราย้อนดูหุ้นหลายบริษัทที่เคยประสบปัญหา ก็มีเหตุการณ์เปลี่ยนตัว CFO เเละกรรมการตรวจสอบถี่ยิบเช่นกัน ข้อมูลนี้ สามารถดูได้จากข่าวตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ลงไว้อย่างครบถ้วน ส่วนแหล่งอื่น ๆ นั้น อาจมีอยู่บ้างในข่าวของสื่อสายหุ้น เฉพาะในกรณีเป็นหุ้นที่มีคนติดตามมากเท่านั้น เนื่องจากมีพื้นที่ลงข่าวมีจำกัด ส่วนในบทวิเคราะห์รายวันของบริษัทหลักทรัพย์ก็มีเป็นบางบริษัทหลักทรัพย์เท่านั้น

ท้ายนี้ ผมหวังว่า สัญญาณทางบวกและทางลบที่กล่าวข้างต้น คงเป็นแนวทางให้ผู้ลงทุนได้ใช้ไตร่ตรอง เพิ่มหรือลดคะแนนความสนใจในหุ้นที่หมายตาอยู่  เพื่อให้ได้หุ้นที่ดี หนีหุ้นที่แย่ สำเร็จตามเป้าหมายนะครับ

Back to top button