เฮ! ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ “ภูเก็ต” เพิ่มสูงสุด 370 บาท มีผล 1 ม.ค. 67

คณะกรรมการค่าจ้าง เคาะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ 77 จังหวัด พบว่าจังหวัดภูเก็ตเพิ่มมากสุด 370 บาท มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค. 67


นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงานเปิดเผยว่า ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 ว่าคณะกรรมการค่าจ้างได้ประชุมพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2567 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มในอัตราตั้งแต่วันละ 2-16 บาท ซึ่งเป็นอัตราเฉลี่ยร้อยละ 2.37 โดยในที่ประชุมมีมติสรุปร่วมกัน ในการปรับขึ้น จำนวน 77 จังหวัด คือ

1.จังหวัดภูเก็ต อัตราค่าจ้าง 370 บาท

2.กลุ่มจังหวัดภาคกลางและปริมณฑล (รวมกรุงเทพมหานคร) มี 6 จังหวัด อัตราค่าจ้าง 363 บาท ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร

3.จังหวัดชลบุรี และระยอง อัตราค่าจ้าง 361 บาท

4.จังหวัดนครราชสีมา อัตราค่าจ้าง 352 บาท

5.จังหวัดสมุทรสงคราม อัตราค่าจ้าง 351 บาท

6.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, สระบุรี, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี, ขอนแก่น, และเชียงใหม่ อัตราค่าจ้าง 350 บาท

7.จังหวัดลพบุรี อัตราค่าจ้าง 349 บาท

8.จังหวัดสุพรรณบุรี, นครนายก, และหนองคาย อัตราค่าจ้าง 348 บาท

9.จังหวัดกระบี่ และตราด อัตราค่าจ้าง 347 บาท

10.จังหวัดกาญจนบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, สุราษฎร์ธานี, สงขลา, พังงา, จันทบุรี, สระแก้ว, นครพนม, มุกดาหาร, สกลนคร, บุรีรัมย์, อุบลราชธานี, เชียงราย, ตาก, และพิษณุโลก อัตราค่าจ้าง 345 บาท

11.จังหวัดเพชรบุรี, ชุมพร และสุรินทร์ อัตราค่าจ้าง 344 บาท

12.จังหวัดยโสธร, ลำพูน และนครสวรรค์ อัตราค่าจ้าง 343 บาท

13.จังหวัดนครศรีธรรมราช, บึงกาฬ, กาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด และเพชรบูรณ์ อัตราค่าจ้าง 342 บาท

14.จังหวัดชัยนาท, สิงห์บุรี, พัทลุง, ชัยภูมิ และอ่างทอง อัตราค่าจ้าง 341 บาท

15.จังหวัดระนอง, สตูล, เลย, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, มหาสารคาม, ศรีสะเกษ, อำนาจเจริญ, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, สุโขทัย, อุตรดิตถ์, กำแพงเพชร, พิจิตร, อุทัยธานี และราชบุรี อัตราค่าจ้าง 340 บาท

16.จังหวัดตรัง, น่าน, พะเยา, และแพร่  อัตราค่าจ้าง 338 บาท

17.จังหวัดนราธิวาส,  ปัตตานี และยะลาอัตราค่าจ้าง  330  บาท

โดยนายไพโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่าการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2567 มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเฉลี่ยอยู่ที่ 345 บาท/วัน โดยที่ประชุมได้พิจารณากำหนดบนพื้นฐานของความเสมอภาคและการหารือของแต่ละจังหวัด รวมไปถึงการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในครั้งนี้เป็นการปรับเพื่อให้แรงงานทั่วไปแรกเข้าทำงาน

นอกจากนี้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ตามสมควรแก่มาตรฐานการครองชีพและสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน รวมทั้งเหมาะสมตามความสามารถของธุรกิจในท้องถิ่นนั้น โดยพิจารณาบนพื้นฐานของความเสมอภาค พร้อมรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย เพื่อให้นายจ้างและลูกจ้าง สามารถประกอบธุรกิจและดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุขทั้งนี้ กระทรวงแรงงาน จะนำผลสรุปเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ครม. ในวันที่ 12 ธันวาคม 2566 นี้ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบโดยเร็วที่สุด และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

Back to top button