“ดาวโจนส์” ปิดเด้งแรง 320 จุด รับบอนด์ยีลด์ร่วง รอประชุมเฟด

"ดาวโจนส์" ปิดเด้งแรง 320.30 จุด หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุม “เฟด” คืนนี้


ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้  (20 มี.ค. 67) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 300 จุดในวันอังคาร (19 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ส่วนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ยังคงปิดในแดนบวก หลังจากหุ้นอินวิเดีย (Nvidia) พุ่งขึ้นขานรับการเปิดตัวชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นใหม่ ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ

โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 39,110.76 จุด เพิ่มขึ้น 320.33 จุด หรือ +0.83%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,178.51 จุด เพิ่มขึ้น 29.09 จุด หรือ +0.56% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 16,166.79 จุด เพิ่มขึ้น 63.34 จุด หรือ +0.39% ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นในวันเดียวที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงลงสู่ระดับ 4.295% นอกจากนี้ ดาวโจนส์ยังได้แรงหนุนจากหุ้นแมคโดนัลด์ที่พุ่งขึ้น 1.53% หุ้นโฮม ดีโปท์ พุ่งขึ้น 2% และหุ้นแอปเปิ้ลพุ่งขึ้น 1.36%

ขณะที่ หุ้นอินวิเดีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐ ปิดตลาดดีดตัวขึ้นกว่า 1% หลังจากนายเจนเซ่น หวง ซีอีโอของอินวิเดียประกาศเปิดตัว “Blackwall B200” ชิป AI รุ่นใหม่ที่มีความเร็วกว่าชิปดั้งเดิมของอินวิเดียถึง 30 เท่า และจะทำการจัดส่งภายในปีนี้

ด้านนายหวง กล่าวในงาน “NVIDIA GTC 2024” ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมซานโฮเซ ในเมืองซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐว่า ลูกค้ารายใหญ่ของอินวิเดีย ซึ่งรวมถึงอะเมซอนดอตคอม, กูเกิลซึ่งเป็นบริษัทลูกของอัลฟาเบท, โอเพนเอไอซึ่งเป็นบริษัทภายใต้การสนับสนุนของไมโครซอฟท์ และออราเคิล มีแนวโน้มที่จะใช้ชิปรุ่นใหม่ของอินวิเดียในการให้บริการคลาวด์คอมพิวติงและบริการด้าน AI

นอกจากนี้ “ไมเคิล เจมส์” นักวิเคราะห์จากบริษัท Wedbush Securities กล่าวอีกว่า บรรยากาศการซื้อขายโดยรวมในตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นอินวิเดีย รวมทั้งมุมมองบวกที่มีต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐ โดยนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นเป็นวงกว้างในตลาด ไม่เพียงแค่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเท่านั้น

ขณะที่ หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 1.1% หลังจากราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารขยับลง 0.2% หลังจากที่พุ่งขึ้นเกือบ 3% เมื่อวันจันทร์

ทั้งนี้ หุ้นบริษัทที่ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีร่วงลง หลังจากราคาบิตคอยน์ดิ่งหลุดจากระดับ 63,000 ดอลลาร์เมื่อวานนี้ โดยหุ้นคอยน์เบส (Coinbase) ร่วงลง 3.96% หุ้นไรออท แพลตฟอร์มส์ (Riot Platforms) ร่วงลง 2.97% หุ้นมาราธอน ดิจิทัล (Marathon Digital) ปรับตัวลง 0.46%

นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาผลการประชุมเฟดในวันนี้ (20 มี.ค.) ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าตรู่ของวันพรุ่งนี้ (21 มี.ค.) ตามเวลาไทย รวมทั้งจับตาการแถลงข่าวของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด

ด้านตัวเลขเงินเฟ้อที่แข็งแกร่งของสหรัฐทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนมิ.ย. โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 59% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. ซึ่งลดลงจากระดับ 69% ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 10.7% สู่ระดับ 1.521 ล้านยูนิตในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.43 ล้านยูนิต และการอนุญาตก่อสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 1.9% สู่ระดับ 1.518 ล้านยูนิตในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.49 ล้านยูนิต

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนมี.ค.จากเอสแอนด์พี โกลบอล, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือนมี.ค.จากเอสแอนด์พี โกลบอล, ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.พ. และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนก.พ.จาก Conference Board

Back to top button