BTS ย้ำอีบิทด้าปี 68 แตะ 1.2 หมื่นลบ. สภาพคล่องแกร่ง หลัง กทม.ปลดหนี้สายสีเขียว

BTS ตั้งเป้า “อีบิทด้า” ปีนี้แตะ 1.2 หมื่นล้าน รับแรงหนุนจากธุรกิจ ROCTEC และ RABBIT รวมถึง BTSGIF ที่เติบโตอย่างโดดเด่นรับไฮซีซั่น ขณะที่ D/E คาดลดลงแตะ 1.1 เท่า เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน


นางสาวชวดี รุ่งเรือง ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ว่า ภายหลังจากการรับชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) จากกรุงเทพมหานคร โดยงวดแรกได้รับเงิน 14,500 ล้านบาทเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมาและนำไปชำระหนี้ทันที ส่วนงวดที่สองในเดือนตุลาคม 2568 บริษัทได้รับเงินรวม 36,400 ล้านบาท ซึ่งนำไปชำระหนี้ 15,000 ล้านบาท และฝากธนาคาร 21,400 ล้านบาทเพื่อใช้บริหารสภาพคล่อง

ทั้งนี้ ส่งผลให้ฐานะเงินสดของบริษัทแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และสนับสนุนให้ประมาณการกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Cash Flow from Operation) ปีงบประมาณนี้ปรับเพิ่มเป็นประมาณ 38,000 ล้านบาท จากเงินชำระหนี้ดังกล่าวและเงินสนับสนุนจากภาครัฐของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง

ด้านประมาณการรายได้จากการดำเนินงาน บริษัทคาดว่าทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 27,500 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากประมาณการก่อนหน้า เนื่องจาก บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ได้ปรับลดเป้ารายได้จากช่วง 6,000–6,500 ล้านบาท เหลือ 5,000–5,500 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี หน่วยธุรกิจอื่นในกลุ่มยังคงเติบโตตามแผน โดย บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT ได้รับอานิสงส์จากไฮซีซันท่องเที่ยวช่วงไตรมาส 3 และ 4 ขณะที่ บริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ ROCTEC เดินหน้ารับรู้รายได้ตามแผนจากงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT Solution) พร้อมมูลค่างานในมือ (Backlog) ที่ทยอยรับรู้ต่อเนื่องตลอดปี

สำหรับรายได้ดอกเบี้ย บริษัทระบุว่าการรับชำระหนี้ O&M ส่งผลให้ประมาณการรายได้ดอกเบี้ยลดลงจากระดับ 4,000 ล้านบาท เหลือราว 3,000 ล้านบาท เนื่องจากเงินที่ได้รับถูกนำไปชำระหนี้ก้อนใหญ่และฝากธนาคารเพื่อเตรียมใช้จ่ายในอนาคต แม้รายได้ดอกเบี้ยลดลง แต่บริษัทสามารถลดต้นทุนทางการเงินควบคู่กัน ทำให้ผลกระทบสุทธิต่อผลประกอบการทั้งปีลดลงเพียงประมาณ 600 ล้านบาท และไม่มีผลกระทบเชิงสาระสำคัญต่อภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ

พร้อมกันนี้ บริษัทระบุว่ายังคงเป้าหมายกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ระดับ 12,000 ล้านบาท โดยมีแรงสนับสนุนจากธุรกิจ ROCTEC และ RABBIT รวมถึงการรับรู้รายได้ที่ดีขึ้นของกองทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท หรือ BTSGIF ขณะเดียวกันอัตราหนี้สินต่อทุน (Adjusted D/E) มีแนวโน้มปรับลดลงจาก 1.4 เท่า ณ สิ้นงวดเดือนกันยายน เหลือประมาณ 1.1 เท่าหลังการรับชำระหนี้ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินในระยะยาว

สำหรับนโยบายจ่ายเงินปันผล บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยต้องประเมินปัจจัยหลายด้านร่วมกัน ทั้งสภาพคล่อง กระแสเงินสด กำไรสุทธิ และแผนการลงทุนในอนาคต เพื่อให้การจ่ายปันผลเป็นไปอย่างเหมาะสมและไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของกลุ่มธุรกิจ

Company Snapshot

Back to top button