
NER ตั้งเป้ายอดขายยางพาราปี 69 แตะ 5 แสนตัน ดันรายได้พุ่ง 3.4 หมื่นล้านบาท
NER ตั้งเป้าปี 69 รายได้รวมพุ่ง 34,000 ล้านบาท และคาดปริมาณการขายยางพารา 500,000 ตัน โชว์ออเดอร์ทะลักล่วงหน้าถึงไตรมาส 2/69 แล้ว ชูฐานลูกค้าเดิมแกร่ง-ขยายกำลังการผลิตใหม่จากโรงงานแห่งที่ 3 เข้ามาไตรมาส 4/69
นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า แผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายมีรายได้จากการขายรวม 34,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่คาดว่าจะมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 31,000-32,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปี 2567 ที่มีรายได้จากการขายรวม 27,000 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และการขยายกำลังการผลิตใหม่ของโรงงานแห่งที่ 3
ขณะเดียวกันในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายผลักดันปริมาณการขายยางพาราอยู่ที่ระดับ 500,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณการขายยางพาราอยู่ที่ 470,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีปริมาณการขายยางพารารวม 440,000 ตัน เนื่องจากปัจจุบันมีคำสั่งซื้อ (Oder) จากลูกค้ารายเดิมล่วงหน้าไปถึงไตรมาส 2/2569 แล้ว ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยยังอยู่ที่ระดับที่บริหารจัดการได้ที่ 62 บาทต่อกิโลกรัม รวมทั้งในระหว่างปี น่าจะมีคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหม่เข้ามาเพิ่มเติมด้วย
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมยางล้อในปี 2569 ค่อนข้างทรงตัวจากปี 2568 เนื่องจากตลาดยานยนต์รุ่นใหม่ค่อนข้างนิ่ง โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้าที่มีการปรับราคาขายขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายอุดหนุนจากภาครัฐ และต้นทุนในการผลิตที่สูงขึ้น แต่ยอดสะสมยานยนต์รุ่นเดิมมีค่อนข้างมาก น่าจะถึงรอบการเปลี่ยนยางทุก ๆ 3-5 ปี ช่วยประคองตลาดไว้
ส่วนความคืบหน้าของการก่อสร้างโรงงานใหม่แห่งที่ 3 ขนาดกำลังการผลิตรวม 320,000 ตันต่อปี จากเดิมที่มีกำลังการผลิตรวม 515,000 ตันต่อปี ปัจจุบันดำเนินการตามแผนงานอย่างต่อเนื่อง โดยเบื้องต้นกำหนดเปิดทดลองเดินเครื่องจักรภายในไตรมาส 3/2569 และคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ และเริ่มรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 4/2569 ดังนั้นจะส่งผลให้ปริมาณการขายยางพาราเฉลี่ยต่อไตรมาสสูงขึ้นจากปกติ จะมีปริมาณการขายยางพาราอยู่ที่ประมาณ 110,000-120,000 ตันต่อไตรมาส
ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4/2568 ปริมาณการขายยางพาราจะอยู่ที่ประมาณ 110,000-120,000 ตัน ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน เนื่องจากยังใช้กำลังการผลิตในระดับเดิม แต่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีลูกค้ารายใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่วนราคาขายยางพาราจะอยู่ในระดับที่สูงกว่าไตรมาส 3/2568 ที่เป็นช่วงราคาขายต่ำที่สุดของปี 2568 ทั้งนี้ บริษัทจะมีการประชุมคณะกรรมการเพื่ออนุมัติผลการดำเนินงานปี 2568 และประกาศงบการเงินดังกล่าวประมาณในวันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

