
“บล.กรุงศรี” พรีวิวงบ บจ. ไตรมาส 4/68 ชู 10 หุ้นเด่น กำไรโตแกร่ง
บล.กรุงศรี ประเมินผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 4/2568 กลุ่ม Real Sector เริ่มฟื้นตัวชัด หลังผ่านจุดต่ำสุด หนุนกลยุทธ์คัดเลือกลงทุนรายตัว พร้อมชู 10 หุ้นกำไรไตรมาส 4/68 โตเด่น เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และเทียบไตรมาสก่อนหน้า อาทิ ADVANC, AP, CENTEL, BCH, ITC, MAGURO, TRUE, TOP, TOA และ SC
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บริษัทจดทะเบียนไทยเข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2568 โดยเริ่มจากกลุ่มธนาคารรายงานงานงออกมาใกล้เคียงคาด ขณะที่กลุ่มที่ต่ำกว่าคาดส่วนใหญ่มาจากปัจจัยเฉพาะ อาทิ BBL(ปัจจัยเฉพาะตัวจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานและรายได้ได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากการลงทุน), SCB (ค่าใช้จ่ายสำรอง(ECL) สูงกว่าคาด จากการตั้งสำรองพิเศษ(management overlay) 1.5 พันล้านบาทส่วนโดยรวมคุณภาพสินทรัพย์สัญญาณดีขึ้น เป็นสัญญาณบวกชี้นำมีโอกาสที่กลุ่ม Real Sector จะออกมาดี โดยหลังจากนี้จะเข้าสู่บริษัทอื่นๆ อาทิ พลังงาน สื่อสารจะเริ่มทยอยประกาศช่วงสัปดาห์นี้เป็นต้นไปจนถึงช่วงปลายเดือน ก.พ.2569
หากอิงคาดการณ์ BB Consensus ที่มีการ Preview ผลประกอบการรวม 103 บริษัท(นับเฉพาะ SET) ราว 78% ของมูลค่าตลาด หากเทียบบนฐานชุดหุ้นเดียวกันจะเติบโต 77.3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานที่ต่ำในปี 2567 หนุนจากกลุ่มสื่อสาร และปิโตรเคมี แต่หากเทียบไตรมาสก่อนหน้ากำไรตลาดงวดนี้(อิงหุ้นชุดเดียวกัน) จะลดลง 17.4% เทียบไตรมาสก่อนหน้า
หากพิจารณารายบริษัทอิงคาดการณ์ตาม BB Consensus สรุปได้ดังนี้
▪ หุ้นที่ตลาดคาดรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 โตทั้งเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และเทียบไตรมาสก่อนหน้า คือ AAV, ADVANC, ADVICE, AP, ASK, BEM, BJC, CENTEL, COM7, CRC, DIF, DOHOME, GLOBAL, HANA, ITC, KCG, MAGURO, MAJOR, MTC, NETBAY, OSP, PLANB, PSH, PYLON, SAV, SC, SCGP, SEAFCO, SNPS, STECON, SVI, TAN, THAI, TNP, TOP, TQM, TRUE, WHA
▪ หุ้นที่ตลาดคาดรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 จะเติบโตเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ชะลอเทียบไตรมาสก่อนหน้า คือ AAI, AMARC, BANPU, BCH, BH, CK, CPF, DELTA, GFPT, ICHI, IRPC, ITC, KBANK, KCE, PR9, PTT, PTTGC, QH, RJH, SCGD, TCAP, TFG, TFM, TOA, WHAIR
▪ หุ้นที่ตลาดคาดว่าจะรายงานกำไรไตรมาส 4/68 จะเติบโตเทียบไตรมาสก่อนหน้า แต่ชะลอเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ 3BBIF, AOT, AU, AWC, BAM, CBG, CCET, CPALL, CPAXT, ERW, HMPRO, LH, MASTER, MEGA, MINT, NSL, PTTEP, SABINA, SPA, SPALI, TVO
▪ หุ้นที่ตลาดคาดว่าจะรายงานกำไรไตรมาส 4/68 จะหดตัวทั้งเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน, เทียบไตรมาสก่อนหน้า คือ AMATA, BTG, COCOCO, CPN, INETREIT, ITEL, ONEE, OR, SAK, SAPPE, SAWAD, SCB, SCC, SISB, SPRC, TU
กลยุทธ์ในช่วงรายงานงบ คือ เน้นลงทุนสะสมหุ้นที่กลุ่มที่ทิศทางผลประกอบการจะออกมาเด่น แนะนำบริษัทที่ KSS ทำการพรีวิวเด่น โตเด่นทั้งเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน,และเทียบไตรมาสก่อนหน้าสอดคล้องกับที่ Bloomberg คาดผสานกับมีปัจจัยหนุน และหุ้นที่ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และกำไรจะเร่งขึ้นในช่วงถัดไปเน้น ADVANC, AP, CENTEL, BCH, ITC, MAGURO, TRUE, TOP, TOA, SC โดย KSS เลือก ADVANC, CENTEL, TRUE เป็น Best Picks
สำหรับ ADVANC คงคำแนะนำซื้อพร้อมปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 390 บาท (จากเดิม 360 บาท) เพื่อสะท้อนการปรับประมาณการกำไรขขึ้น โดยมีปัจจัยบวกที่เหนือความคาดหมาย 2 ประการ หลังประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 4/69 คือ กำไรสุทธิและเงินปันผลต่อหุ้น ทั้งนี้ธีมการลงทนุของเราเรื่องการคืนเงินทุนแก่ผู้ถือหุ้นตามกระแสเงินสดอิสระที่เพิ่มขึ้นนั้นเริ่มเห็ผลชัดเจน จากการประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษจำนวนมากถึง 19 บาทในครึ่งหลัง2568 เมื่อรวมกับเงินปันผลปกติสำหรับงวดครึ่งหลังปี 2568 ส่งผลให้ DPS รวมสำหรับครึ่งหลังปี 2568 อยู่ที่ 27.41 บาท (ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 กุมภาพันธ์) ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงนิปันผลสูงถึง 7.6% สำหรับการถือครองหุ้นเพียง 3 สัปดาห์อย่างไรก็ตามเงินปันผลพิเศษนี้จะไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในปี 2569 เนื่องจากกำไรสะสมจะลดลงจนเกือหมดหลังจากจ่ายเงินปันผลพิเศษในครั้งนี้
โดย ADVANC รายงานกำไรสุทธิงวดไตรมาส 4/68 ที่ 1.428 หมื่นล้านบาท เติบโต 54% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 19% เทียบไตรมาสก่อนหน้า โดยผลประกอบการดังกล่าวยังสูงกว่าที่เราและตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 15% อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวประมาณ 1.8 พันล้านบาทจากการใช้ผลขาดทุนทางภาษียกมา (จาก 3BB) หากไม่รวมรายการนี้กำไรหลักจะอยู่ที่ประมาณ 1.24 หมื่นล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้โดยเติบโต 35% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 4% เทียบไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ การเติบโตของรายได้จากธุรกิจหลัก ทั้งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ (+7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน, 4% เทียบไตรมาสก่อนหน้า) และธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (+9%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน, +1%เทียบไตรมาสก่อนหน้า) ประกอบกับการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรในไตรมาสนีออกมาดี โดย EBITDA margin ในไตรมาสนีขยายตัวขึ้นเป็น 53% จาก 51% ในงวดไตรมาส 4/67
AP แนะนำราคาเป้าหมาย 11.5 บาท โดยไตรมาส 4/68 presale คาดสูงถึง 14.1 พันล้านบาท โต 52% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน, +13% เทียบไตรมาสก่อนหน้า) โตสูงเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน, เทียบไตรมาสก่อนหน้า ส่วนสำคัญมาจากการเปิดโครงการใหม่มูลค่ารวมสูงถึง 24.0 พันล้านบาท และ feedback กำรขำยค่อนข้ำงดี สำหรับ 2025 presale เท่ากับ 46.9 พันลบ. (เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) สูงสุดในกลุ่มฯ โดยกลุ่ม low-rise ที่ 2025 presale โตถึง 26% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือราว 38.9 พันล้านบาท เป็น key highlight ที่สะท้อนการเพิ่ม market share ได้ต่อเนื่อง คงคำแนะนำ BUY ชอบจุดเด่นจากการเพิ่ม market share ต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อกำรเติบโตในระยะยาว และเป็นบริษัทที่ได้เปรียบในการแข่งขันด้านราคาทำให้รักษา% GPM ได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มฯราคาปัจจุบัน trade ที่ 2026F PER 5.1 เท่า และคาดปันผลจ่ายสูง 6.5% (จ่ายปีละครั้ง) มองผลตอบแทนน่าสนใจบน valuation ที่ไม่แพง
BCH ราคาเป้าหมาย 15.8 บาท กำไรสุทธิของ BCH ผ่ำนจุดต่ำสุดแล้ว KSS คาดทิศทางกำไรไตรมาส 4/68 จะออกมำดี โตสูง 47% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ทรงตัวเทียบไตรมาสก่อนหน้าที่ 343 ล้านบาท แรงหนุนจากการใช้บริการลูกค้าทั่วไปและประกันสังคมเพิ่มขึ้นจากอานิสงค์โรคระบาด หนุนทั้งปี 2568 โต 9% สูงกว่า CHG คาดทรงตัว มองจุดเด่นของ BCH มีฐานะการเงินที่ดี (Net cash) และมีแนวทางการเพิ่ม ROE ด้วยการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น
CENTEL ราคาเป้าหมาย 37.5 บาท แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/68 เป็นบวกยอด RevPar (รายได้ต่อห้องพัก) ต.ค.-พ.ย. เร่งขึ้น 15% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนทั้งมัลดีฟท์และไทย แม้การฟื้นตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติปลายปียังค่อยเป็นค่อยไป และน่าจะมีผลบวก Operating Leverage ด้วยอีกด้าน คาดหนุนการฟื้นตัวเด่น เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนเทียบไตรมาสก่อนหน้า น่าจะฟื้นตัวตามการเข้าสู่ฤดูกาล ท่องเที่ยวอยู่แล้ว ขณะที่จุดเด่น คือ โมเมนตัมกำไรเร่งต่อในไตรมาส 1/69 และปี 2569 มองเป็นหุ้นโรงแรมที่กำรเติบโตกำไรจะเด่นที่สุดใน KSS Coverage
MAGURO ราคาเป้าหมาย 28.25 บาท คาดกำไรสุทธิจะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 45 ล้าน โต 30% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน, 17% เทียบไตรมาสก่อนหน้า แรงหนุนจากการเติบโตของรายได้จากการเพิ่มแบรนด์ อาทิ Kiwamiya, Bincho เริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาส และการขยายสาขา หนุนดคาดการณ์กำไรทั้งปี 2568 ที่ 141 ล้านบาท โต 46% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และแนวโน้มปี 2569 ยังเด่น คาดกำไรยังเติบโตแข็งแกร่ง 24% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้เติบโตตามการขยายสาขาใหม่ ตั้งเป้า 15 สาขา จากปัจจุบัน 53 สาขา การเปิดตัวเปิดตัวแบรนด์ใหม่คาด 2–3 แบรนด์ โดยมองจุดเด่นของบริษัท คือ Valuation จูงใจ PER ปี 2026F อยู่เพียง 15 เท่า เทียบเท่าPEG ต่ำเพียง0.5x
ITC ราคาเป้าหมาย 20.00 บาท คาดจะรายงานกำไรปกติไตรมาส 4/68 ที่ 835 ล้านบาท โต 4%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน, โต6% เทียบไตรมาสก่อนหน้า (ตลาดคาดเติบโตเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ลดลง เทียบไตรมาสก่อนหน้า) แรงหนุนจำกสัดส่วน Premium mix ที่ระดับ 55% ดีต่อเนื่อง เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน, เทียบไตรมาสก่อนหน้า หนุนราคาขายและปริมาณการขายเพิ่มขึ้น และแนวโน้มไตรมาส 1/69 คาดกำไรโตเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานต่ำแต่ทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อย เทียบไตรมาสก่อนหน้า เพราะเป็น Low season แต่ มีปัจจัยหนุนจำกัดคำสั่งซื้อกลุ่ม New Products และขนมสัตว์เลี้ยงที่มีมาร์จิ้นดี โดยรวมคาดปี 2569-2570 กำไรกลับมาฟื้นตัว ฃ+13% และ 29% โดยรวมมองจุดเด่นของบริษัท คือ ฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีเงินสดราว 1 หมื่นล้านบาท ไม่มีภารระหนี้ที่มีดอกเบี้ย รองรับการจ่ายปันผลเพิ่มและ M&A เพื่อกำรเติบโตในระยะยาว
SC ราคาเป้าหมาย2.8 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 โตเด่นที่ 639 ล้านบาท โต 31% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน,โต 64% เทียบไตรมาสก่อนหน้า) จากการโอน backlog ทั้ง low-rise และ condo ได้เพิ่มขึ้นมาก รวมถึงไตรมาสนี้คาดมีบันทึกกำไรพิเศษจาก i.)การปรับมูลค่ายุติธรรมใน สินทรัพย์กลุ่ม office building ราว 80 ล้านบาท และ ii) บันทึกกำไรพิเศษจากการขายที่ดินเข้าโครงการ JV ราว 80 ล้านบาท และแนวโน้มปี 2569 ยังเด่นคำคาดกำไรสุทธิไตรมาวส 1/69 เพิ่มขึ้น เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการโอน condo ใหม่ต่อเนื่อง แต่ลดลง เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานที่สูง โดยรวมคาดกำไรสุทธิ 2569 โตสูง 23% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ 1.9 พันล้านบาท เพราะมี condo ใหม่มูลค่ารวม 8.7 พันล้านบาท เข้ามาโอน และผลการดำเนินงานกลุ่ม hotel คาดดีขึ้นหลังโรงแรมใหม่เปิดดำเนินการเต็ม มองเป็น 1 ใน top pick จากโอกาสที่กำไรสุทธิกลับมาโตสูง เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน บน downside ที่ค่อนข้าง limit เพราะมี backlog condo รอโอนมากราคาหุ้นที่ซื้อขายบน PER ปี 2569 เพียง 3.8 เท่า ถือว่าต่ำเทียบ dividend yield ที่คาดสูงถึง 8-10%
TOP ราคาเป้าหมาย 49.00 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 กลับมาฟื้นตัวเด่นกว่ากลุ่ม(ฐานต่ำ) คาดที่ 2,130 ล้านบาท (โต 455% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน, ทรงเทียบไตรมาสก่อนหน้า เพราะรายการพิเศษ net stock loss หลังภาษีฯราว -2,953 ล้านบาท) มาจากความผันผวนของปัจจัยภายนอก ไม่ได้เกิดจากปัญหาโครงสร้างธุรกิจ ด้านกำไรไรปกติคาดราว 5.1 ล้านบาท ฟื้นสูงทั้งเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เทียบไตรมาสก่อนหน้า ตามค่าการกลั่น มอง core operation ที่ฟื้นตัวในไตรมาส 4/68-ปี 2569 รวมถึงความคืบหน้าของโครงการ CFP (21/1/26) จะเป็นปัจจัยบวก
TRUE ราคาเป้าหมาย 18 บาท คาดกำไรสุทธิ 3261 ล้านบาท โตแรง 143% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 107.3% เทียบไตรมาสก่อนหน้า แรงหนุนมาจากฤดูกาล ท่องเที่ยวหนุน data และ roaming หนุนคาดการณ์ทั้งปี 2568 ที่ 97% และปี 2569 คาดโตเด่นที่ 19.5% แรงหนุนจาก ARPU ฟื้นตัวต่อเนื่อง และโครงสร้างอุตสาหกรรมผู้เล่นน้อยราย (Rational Competition) โดยมองจุดเด่นคือ ยังเป็นหุ้นที่ราคายัง Laggard กลุ่ม
TOA ราคาเป้าหมาย 19.8 บาท คาดกำไรปกติไตรมาส 4/68 ที่ 687 ล้านบาท (โต 40% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน,ลดลง 6% เทียบไตรมาสก่อนหน้า) จากรายได้ยังปรับขึ้นตามตลาดต่างประเทศ และGross margin รับผลบวกต้นทุนอยู่ในระดับต่ำ (Tio2, Oil linked) หักล้างค่าใช้จ่าย SG&A ที่ปรับขึ้น
ภาพรวมกำไรปกติปี 2569 เป็นจุดสูงสุด และคาดคงระดับสูงต่อในปี 2569 จากต้นทุนยังเป็นระดับต่ำ ด้านราคาหุ้นซื้อ ขาย PER26F 10 เท่า และมี Div yield 6.8% มองจุดเด่นบริษัทเป็นรายใหญ่กลุ่มสีด้วย Market share 50% ในไทย, ไม่ มีสินค้ำจีนแข่ง, Net cash

